Be Happy
วันศุกร์ไปสยามตั้งแต่เช้า
เวลาที่ไปไหนมาไหนคนเดียว ทุกอย่างมันดูเงียบจริงๆ
ทำให้เราหันไปมองสิ่งรอบตัวมากขึ้น คิดอะไรได้มากขึ้น
แต่ก็เหงามากขึ้นด้วย
นานแค่ไหนแล้วก็ไม่รู้ที่ไม่ได้นั่งรถเมล์ รถไฟฟ้า
ตั้งแต่วันที่มีเธอ.. เธอดูแลเอาใจใส่เราอย่างดี
ไม่เคยให้เราต้องลำบาก ไม่ว่าเธอจะอยู่ไกลแค่ไหนก็มารับมาส่งเราได้ตลอด
มันทำให้การเดินทางด้วยตัวเองของเราวันนี้ดูลำบากมากทีเดียว
ทางเดินที่ไม่ไกล แต่กลับทำให้เราเหนื่อย

วันนี้ที่เซนทรัลเวิร์ลมีการแสดงภาพถ่ายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม
" Earth From Above "
แต่ละภาพมาจากสถานที่ต่างกันจากทั่วทุกมุมโลก
ภาพถ่ายดูแปลกตา และน่าสนใจมากทีเดียว
ถ่ายได้ไม่กี่รูป กล้องดันแบตหมด.. เวรกรรมจริงๆ

El ATTEUF หุบเขา M'ZAB ประเทศแอลจีเรีย

น้ำพุ Grand Prismatic Spring, USA
เดินจากเซนทรัลเวิร์ลมาดูรูปไม่ถึง 10 นาที แล้วเดินกลับสยามอีก
เหนื่อยนะเนี่ย.. จะเป็นลมด้วย
พักเหนื่อยที่ R Burger.. ร้านเบอเกอร์เพื่อสุขภาพที่เพิ่งเปิดเร็วๆนี้เอง
วันนี้ตั้งใจจะมาถ่ายรีวิวร้านนี้ด้วย.. เซ็งตัวเองจริงๆ ไม่ยอมชาร์ตแบตกล้องง่ะ
ขออนุญาตยืมรูปจากพันทิพ ห้องก้นครัวนะคะ
All R Burger Photo by จอมมารเพนกวินฟ้า
ตอนแรกที่เข้าไปไม่มีลูกค้าเลย.. แต่หลังๆก็เริ่มทะยอยมากัน

เข้าไปงงๆ ครั้งแรกไม่รู้จะสั่งอะไร

สุดท้ายก็ได้.. คุโรซึเบอเกอร์ + นักเก็ตเต้าหู้ (แต่ในรูปเป็นมันฝรั่งทอดนะ)
จุดเด่นของเบอเกอร์เจ้านี้คือ แป้งซึ่งเรียกว่า "บันซึ" โฆษณาว่าผสมคอลาเจน
และใบโอบะมีกลิ่นหอม หลายคนบอกว่ามีกลิ่นหอมเหมือนน้ำหอม
แต่เราไม่รู้หรอก.. เพราะกินไปได้แค่สองคำ
รสชาติมันแปลกๆ แบบว่า It's not my taste
บางคนบอกว่าที่นี่อร่อยกว่า Mos Burger นะ แต่เราว่าไม่อะ - -*
ส่วนนัตเก็ตเต้าหู ขอบอกว่า อร่อยมากๆ
กินแล้วนุ่มมาก รสชาติก็ไม่เหมือนเต้าหู้เลย
ถ้ามีโอกาสไปทานร้านนี้อีก คงสั่งแต่นัตเก็ตเต้าหู้ล่ะ
พอทานในร้านเสร็จ เราก็ไปสั่ง take away
มีเบอเกอร์เต้าหู้ เบอเกอร์ไก่กับซอสบ๊วยญี่ปุ่น และคุโรซึเบอเกอร์
สั่งให้ที่รักแล้วก็เผื่อคนในบ้านด้วย
แต่ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า สั่ง KFC ดีกว่า
ดูหนังเรื่อง The Strangers คนเดียว
เป็นการดูหนังคนเดียวในรอบ 7 ปีเลยมั้ง
หนังค่อนข้างกดดัน แต่ไม่พูดดีกว่าเดี๋ยวจะสปอย
ตอนเย็นเธอมาทานข้าวด้วยกัน
แต่เราก็ยังคิดมาก แล้วก็ร้องไห้ไปตลอดทาง
เฮ้อ.. เพื่ออะไรก็ไม่รู้
--------------------------------------------------------------
หลังจากกลับมา.. เราก็มาทบทวนตัวเอง
คิดๆดูแล้ว ไม่เข้าใจเลยว่าตัวเองร้องไห้ทำไมนักหนา?
ทุกอย่างมันก็แค่ความกลัวของเราคนเดียวเท่านั้น
และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ มันก็เป็นผลจากการกระทำของเราทั้งสิ้น
ในที่สุดก็คิดได้ว่า เราควรจะทำทุกๆวันให้ดีที่สุด
ถึงแม้ว่าจะยังคิดมากอยู่บ้าง แต่ก็จะไม่บั่นทอนตัวเองอีกต่อไปแล้ว
เมื่อก่อนเรากลัวที่จะมองโลกในแง่ดี หรือกลัวที่จะคาดหวังอะไร
เพราะยิ่งเราคาดหวังไว้สูงเท่าไร เวลาผิดหวังมันก็จะยิ่งเจ็บ
แต่ต่อไปจะมองโลกในแง่ดีให้มากขึ้น จะไม่กลัวอะไรอีกแล้ว
เพราะถ้าสักวันเราจะต้องผิดหวัง..
จะคาดหวังมากหรือน้อยยังไงมันก็เจ็บเหมือนกัน
ตอนนี้เราควรจะกอบโกยความสุขเอาไว้เยอะๆดีกว่า
--------------------------------------------------------------
เมื่อวานชวนที่รักไปข้างนอกกัน
ตอนแรกไม่รู้จะไปที่ไหน เพราะเราแค่อยากอยู่ใกล้ๆเธอ
แต่สุดท้ายก็เลือกไปดูหนังเรื่อง Journey to the Center of the Earth
แล้วตอนเย็นไปทานชาบูที่ร้าน Shimi ซ.ประติพัทธ์ 19
คราวนี้กล้องพร้อม แบตเต็ม.. แต่ก็ไม่ได้ถ่ายรูปอีกล่ะ
ห่วงแต่กิน
ขอยืมรูปมาจากห้องก้นครัวอีกแล้ววว..
All Shimi Photo by บูมกุ้ง

ก่อนหน้านี้ร้านชิมิมีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการเสิร์ฟอาหาร
แต่วันที่เราไปชาบูรอไม่ค่อยนาน
แต่ซูชินี่สิ.. สั่งตั้งแต่เข้าร้าน กินอิ่มยังไม่ได้เลย
ดูเหมือนระบบต่างๆยังไม่ค่อยพร้อม เพราะเป็นกิจการในครอบครัว
แต่ก็ยังโอเคนะ *0*

ภายในร้านโดยรวมดูสะอาดมาก จัดร้านค่อนข้างน่านั่ง
น้ำซุปรสชาติไม่เข้มข้นนัก แต่ก็ยังดีกว่าน้ำซุปจืดๆของบาร์บีคิวพลาซ่า

น้ำจิ้มสุดยอดมากก ในรูปเป็นน้ำจิ้มชาบูดำ กับน้ำจิ้มงา
แต่วันที่เราไปทาน ได้น้ำจิ้มแครอท.. ชอบสุดๆ

ลักษณะเนื้อ แล่เป็นแผ่นบางๆดูน่ากิน อิอิ
แล้วก็ฟาดซะอิ่มเลย *0*
วันนี้มีความสุขม๊ากกมากกก
^_______^




เห็นแล้วหิวจังเลยคะ
เดี๋ยวอ่านจบแล้วมาเม้นให้ใหม่นะคะ