counter 8,633

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..

 

                               HTC TOUCH DIAMOND

 

ก่อนหน้านี้เราไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนมือถือเลย เพราะ N70 ก็ยังใช้ได้อยู่

เพียงแต่ตอนนี้แบตเริ่มเสื่อมสภาพ (แบตมันหมดเร็ว ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะใช้อะไร)

เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฟอแมตแล้ว

จริงๆมันก็ยังใช้ได้ต่อนะ.. แต่ก็อยากได้รุ่นใหม่แหละ เพราะมันเบื่อแล้วอะ  -   -"

 

แต่ความคิดมันเปลี่ยนไป เมื่อเราเปิดเว็บดูข้อมูลมือถือ

ตั้งใจไว้ว่าเอาเครื่องราคาถูกๆไม่เกินหมื่นแล้วกัน

เจอ Samsung E840 ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท.. ก็โอเคดีนะ

แล้วก็เหลือบไปเห็น Samsung F480 ราคา 16,500 .. เฮ้ยย อยากได้ว่ะ

สักพักก็เจอโฆษณา Samsung Omnia ราคา 25,000

(ไม่ได้ติดใจอะไรซัมซุง แต่ดูเพจของซัมซุงพอดี)

Omnia สุดยอดแห่งความครบครัน

มือถือแบรนด์กิมจิเค้าพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ในใจตอนนั้นก็อยากได้ Omnia

แต่ในราคา 25,000 เท่ากัน.. เมืองไทยขาย 8GB แต่สิงคโปร์ 16GB

และอีกใจก็แอบอคติกับ Samsung เล็กๆ จากประสบการณ์มันเจ๊งง่าย และราคาตกโคตรเร็ว

 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้.. PDA อันดับ 1 ต้องยกให้ HTC

คลิกเพจ HTC อย่างรวดเร็ว (เคยเล็งตระกูล Touch ไว้)

แล้วก็เจอกับ HTC Touch Diamond เข้าเต็มๆ

http://www.htc.com/www/product.aspx?id=46278

ก่อนหน้านี้เคยเห็นมันเปิดตัวก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ แต่ทำไมวันนี้เรามองแล้วมันสวยทุกมุมจริงๆ

ฟังก์ชั่นครบครัน อาจจะไม่เด่นเรื่องความเร็วกับกล้องเท่า Omnia

แต่ถ้าพูดถึงความเสถียร HTC นำมาได้ไกลพอสมควร (แหงล่ะ! พัฒนา PDA จนเซียนแล้วนี่นา)

มาดูราคา.. 29,990

อืมมม.. ได้ข่าวว่าตอนแรกจะซื้อมือถือราคา 6,000 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจว่าจะซื้อดีมั้ยกับราคานี้

เพราะคอมตอนนี้ก็เริ่มเน่าแล้ว (ใช้มา 3-4 ปี หน้าจอชอบดับเอง และเครื่องทำงานอืดมากแล้วด้วย)

จิตใต้สำนึกมันก็บอกนะว่าตอนนี้คอมสำคัญกว่า

แต่มันเหมือนหน้ามืดตามัวไปกับ Diamond จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน่ะสิ

แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวพ่อก็ซื้อคอมให้

(ปกติเราอยากได้อะไรจะเก็บตังค์ซื้อเองหมด ไม่ค่อยขอพ่อแม่)

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าถ้าคอมไม่เสีย พ่อก็คงไม่ซื้อให้เด็ดขาด..

ถึงเสียก็คงจะต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้เครื่องใหม่

 

 

เครียดดดด.. (เรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ)

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..

 

                               HTC TOUCH DIAMOND

 

ก่อนหน้านี้เราไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนมือถือเลย เพราะ N70 ก็ยังใช้ได้อยู่

เพียงแต่ตอนนี้แบตเริ่มเสื่อมสภาพ (แบตมันหมดเร็ว ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะใช้อะไร)

เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฟอแมตแล้ว

จริงๆมันก็ยังใช้ได้ต่อนะ.. แต่ก็อยากได้รุ่นใหม่แหละ เพราะมันเบื่อแล้วอะ  -   -"

 

แต่ความคิดมันเปลี่ยนไป เมื่อเราเปิดเว็บดูข้อมูลมือถือ

ตั้งใจไว้ว่าเอาเครื่องราคาถูกๆไม่เกินหมื่นแล้วกัน

เจอ Samsung E840 ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท.. ก็โอเคดีนะ

แล้วก็เหลือบไปเห็น Samsung F480 ราคา 16,500 .. เฮ้ยย อยากได้ว่ะ

สักพักก็เจอโฆษณา Samsung Omnia ราคา 25,000

(ไม่ได้ติดใจอะไรซัมซุง แต่ดูเพจของซัมซุงพอดี)

Omnia สุดยอดแห่งความครบครัน

มือถือแบรนด์กิมจิเค้าพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ในใจตอนนั้นก็อยากได้ Omnia

แต่ในราคา 25,000 เท่ากัน.. เมืองไทยขาย 8GB แต่สิงคโปร์ 16GB

และอีกใจก็แอบอคติกับ Samsung เล็กๆ จากประสบการณ์มันเจ๊งง่าย และราคาตกโคตรเร็ว

 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้.. PDA อันดับ 1 ต้องยกให้ HTC

คลิกเพจ HTC อย่างรวดเร็ว (เคยเล็งตระกูล Touch ไว้)

แล้วก็เจอกับ HTC Touch Diamond เข้าเต็มๆ

http://www.htc.com/www/product.aspx?id=46278

ก่อนหน้านี้เคยเห็นมันเปิดตัวก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ แต่ทำไมวันนี้เรามองแล้วมันสวยทุกมุมจริงๆ

ฟังก์ชั่นครบครัน อาจจะไม่เด่นเรื่องความเร็วกับกล้องเท่า Omnia

แต่ถ้าพูดถึงความเสถียร HTC นำมาได้ไกลพอสมควร (แหงล่ะ! พัฒนา PDA จนเซียนแล้วนี่นา)

มาดูราคา.. 29,990

อืมมม.. ได้ข่าวว่าตอนแรกจะซื้อมือถือราคา 6,000 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจว่าจะซื้อดีมั้ยกับราคานี้

เพราะคอมตอนนี้ก็เริ่มเน่าแล้ว (ใช้มา 3-4 ปี หน้าจอชอบดับเอง และเครื่องทำงานอืดมากแล้วด้วย)

จิตใต้สำนึกมันก็บอกนะว่าตอนนี้คอมสำคัญกว่า

แต่มันเหมือนหน้ามืดตามัวไปกับ Diamond จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน่ะสิ

แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวพ่อก็ซื้อคอมให้

(ปกติเราอยากได้อะไรจะเก็บตังค์ซื้อเองหมด ไม่ค่อยขอพ่อแม่)

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าถ้าคอมไม่เสีย พ่อก็คงไม่ซื้อให้เด็ดขาด..

ถึงเสียก็คงจะต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้เครื่องใหม่

 

 

เครียดดดด.. (เรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ)

One more sad song

          20080919

กลับบ้านตอนเช้า

ไม่เจอแม่.. ไหนแม่บอกว่าจะกลับวันนี้ไง?

พ่อบอกว่าคุณยายเสียแล้ว

 

รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อไม่กี่วันก่อนยังโทรศัพท์คุยกับยายอยู่เลย

ดูเหมือนยายไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

ถ้าถามว่าทำไม? 

ความตายคงไม่มีคำตอบให้หรอก ..ใช่มั้ย?

 

 

 

          20080922

ได้รับคำสั่งให้บินด่วนไปบ้านยาย

Flight DD7810

เดินทางเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึง

มีเจ้าตัวนี้ไปเป็นเพื่อน ^^

 

ระยะทางจากกรุงเทพ 850 กิโลเมตร

ที่นี่ไม่มีตึกสูง ไม่มีรถติด

มีแต่ท้องฟ้าสีฟ้า ต้นหญ้าสีเขียว

คนที่นี่มักจะจัดงานต่างๆที่บ้านตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานแต่ง หรืองานศพ

ถึงเวลาใกล้ค่ำก็ไปนิมนต์พระมาสวด

 

 

 

          20080924

วันเกิดปีนี้ล้อมรอบไปด้วยผู้คน

ลูกหลานของยายเยอะมาก

คนมางานศพรวมเจ็ดวันก็พันกว่าคน

สงสัยว่า.. ทำไมตอนยายมีชีวิตอยู่ถึงไม่ค่อยเห็นจะมากันเลย

คำพูดนั้นก็รวมถึงเราด้วย

 

วันนี้พ่อขับรถตามมาจากกรุงเทพ

เราก็ได้โอกาสเอารถไปใช้

จากบ้านยายไป 7-11 ที่ใกล้ที่สุดก็ตั้ง 10 กิโลแหน่ะ

บ้านยายไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่อยู่ชานเมือง

พรุ่งนี้บอลลูนกับโบอิ้งก็จะบินมาเหมือนกัน

 

ยิ้มหน่อย.. อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆในวันเกิด

อย่างน้อยก็ยังมีคนจำวันเกิดเราได้ 

 

 

 

          20080925

เราไปรับโบอิ้งกับบอลลูนที่สนามบินตอน 7 โมง

น้องๆมาถึงตอนเช้า แล้วต้องรีบกลับตอนเย็น เพราะวันศุกร์มีสอบ

 

 

 

วันนี้เป็นวันเผายายแล้ว

ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ เราก็ไม่คิดว่าเราจะร้องไห้ด้วยซ้ำ

จนมาถึงวันนี้..

 

 

เจ้าสี่ แมวเหมียวของยาย

มันแอบไปติดสาวตอนที่ยายป่วยอยู่ พอกลับมาก็ไม่มียายแล้ว

มันร้องหายายทั่วบ้าน แบบว่าร้องเสียงดังมากก

จนน้าพามันไปดูรูปยายที่หน้าโลงศพ แล้วบอกว่าไม่มียายแล้วนะ

ตั้งแต่วันนั้นมันก็นอนเฝ้าหน้าโลง และไม่ร้องอีกเลย

 

 

 

          20080926

ตอนค่ำๆ ไปเที่ยวงานประจำปีที่พระธาตุ

ก็เหมือนงานวัดทั่วๆไป มีของขายเยอะแยะ

แต่ว่าไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (ซื้อแต่ของกิน)

แล้วก็ซื้อขนมไปฝากแชมป์ด้วย

เป็นพวกขนมพื้นบ้าน ขนมลา อะไรแบบนี้

ไม่รู้ว่าจะกินเป็นรึเปล่า.. แต่ชัวร์มากว่าเธอไม่เคยกิน

 

 

 

          20080927

เดินทางกลับ กทม. ตั้งแต่ตีห้า

ขากลับขับรถกลับค่ะ

พ่อขับจากนครศรีฯ ไปถึงสุราษฎร์ (2 ชั่วโมง)

แล้วเราก็เหมาช่วงต่ออีก 600+ กิโล จากสุราษฎร์ถึงกรุงเทพ (8 ชั่วโมง)

เรียกว่าขับตาลายกันเลยทีเดียว

ตอนนี้ก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

 

 

 

 

,, Postscript ,,

เร็วๆนี้คงต้องเอากล้องเข้าศูนย์แล้ว

อาจจะไม่ได้อัพไดแบบมีรูปเป็นเดือนๆ

(รู้ๆกันอยู่ว่าศูนย์มันทำงานช้ากันแค่ไหน)

 

 

- edit -

storythai เป็นอะไรนักหนา

ปรับปรุงระบบยังไม่เสร็จอีกเหรอ?

จะเข้ามาอัพไดก็ยากเย็นเหลือเกิน

อยากอัพให้ตรงกับวันสำคัญๆ ก็ดันเข้าไม่ได้

 

 

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..

 

                               HTC TOUCH DIAMOND

 

ก่อนหน้านี้เราไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนมือถือเลย เพราะ N70 ก็ยังใช้ได้อยู่

เพียงแต่ตอนนี้แบตเริ่มเสื่อมสภาพ (แบตมันหมดเร็ว ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะใช้อะไร)

เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฟอแมตแล้ว

จริงๆมันก็ยังใช้ได้ต่อนะ.. แต่ก็อยากได้รุ่นใหม่แหละ เพราะมันเบื่อแล้วอะ  -   -"

 

แต่ความคิดมันเปลี่ยนไป เมื่อเราเปิดเว็บดูข้อมูลมือถือ

ตั้งใจไว้ว่าเอาเครื่องราคาถูกๆไม่เกินหมื่นแล้วกัน

เจอ Samsung E840 ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท.. ก็โอเคดีนะ

แล้วก็เหลือบไปเห็น Samsung F480 ราคา 16,500 .. เฮ้ยย อยากได้ว่ะ

สักพักก็เจอโฆษณา Samsung Omnia ราคา 25,000

(ไม่ได้ติดใจอะไรซัมซุง แต่ดูเพจของซัมซุงพอดี)

Omnia สุดยอดแห่งความครบครัน

มือถือแบรนด์กิมจิเค้าพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ในใจตอนนั้นก็อยากได้ Omnia

แต่ในราคา 25,000 เท่ากัน.. เมืองไทยขาย 8GB แต่สิงคโปร์ 16GB

และอีกใจก็แอบอคติกับ Samsung เล็กๆ จากประสบการณ์มันเจ๊งง่าย และราคาตกโคตรเร็ว

 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้.. PDA อันดับ 1 ต้องยกให้ HTC

คลิกเพจ HTC อย่างรวดเร็ว (เคยเล็งตระกูล Touch ไว้)

แล้วก็เจอกับ HTC Touch Diamond เข้าเต็มๆ

http://www.htc.com/www/product.aspx?id=46278

ก่อนหน้านี้เคยเห็นมันเปิดตัวก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ แต่ทำไมวันนี้เรามองแล้วมันสวยทุกมุมจริงๆ

ฟังก์ชั่นครบครัน อาจจะไม่เด่นเรื่องความเร็วกับกล้องเท่า Omnia

แต่ถ้าพูดถึงความเสถียร HTC นำมาได้ไกลพอสมควร (แหงล่ะ! พัฒนา PDA จนเซียนแล้วนี่นา)

มาดูราคา.. 29,990

อืมมม.. ได้ข่าวว่าตอนแรกจะซื้อมือถือราคา 6,000 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจว่าจะซื้อดีมั้ยกับราคานี้

เพราะคอมตอนนี้ก็เริ่มเน่าแล้ว (ใช้มา 3-4 ปี หน้าจอชอบดับเอง และเครื่องทำงานอืดมากแล้วด้วย)

จิตใต้สำนึกมันก็บอกนะว่าตอนนี้คอมสำคัญกว่า

แต่มันเหมือนหน้ามืดตามัวไปกับ Diamond จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน่ะสิ

แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวพ่อก็ซื้อคอมให้

(ปกติเราอยากได้อะไรจะเก็บตังค์ซื้อเองหมด ไม่ค่อยขอพ่อแม่)

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าถ้าคอมไม่เสีย พ่อก็คงไม่ซื้อให้เด็ดขาด..

ถึงเสียก็คงจะต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้เครื่องใหม่

 

 

เครียดดดด.. (เรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ)

One more sad song

          20080919

กลับบ้านตอนเช้า

ไม่เจอแม่.. ไหนแม่บอกว่าจะกลับวันนี้ไง?

พ่อบอกว่าคุณยายเสียแล้ว

 

รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อไม่กี่วันก่อนยังโทรศัพท์คุยกับยายอยู่เลย

ดูเหมือนยายไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

ถ้าถามว่าทำไม? 

ความตายคงไม่มีคำตอบให้หรอก ..ใช่มั้ย?

 

 

 

          20080922

ได้รับคำสั่งให้บินด่วนไปบ้านยาย

Flight DD7810

เดินทางเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึง

มีเจ้าตัวนี้ไปเป็นเพื่อน ^^

 

ระยะทางจากกรุงเทพ 850 กิโลเมตร

ที่นี่ไม่มีตึกสูง ไม่มีรถติด

มีแต่ท้องฟ้าสีฟ้า ต้นหญ้าสีเขียว

คนที่นี่มักจะจัดงานต่างๆที่บ้านตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานแต่ง หรืองานศพ

ถึงเวลาใกล้ค่ำก็ไปนิมนต์พระมาสวด

 

 

 

          20080924

วันเกิดปีนี้ล้อมรอบไปด้วยผู้คน

ลูกหลานของยายเยอะมาก

คนมางานศพรวมเจ็ดวันก็พันกว่าคน

สงสัยว่า.. ทำไมตอนยายมีชีวิตอยู่ถึงไม่ค่อยเห็นจะมากันเลย

คำพูดนั้นก็รวมถึงเราด้วย

 

วันนี้พ่อขับรถตามมาจากกรุงเทพ

เราก็ได้โอกาสเอารถไปใช้

จากบ้านยายไป 7-11 ที่ใกล้ที่สุดก็ตั้ง 10 กิโลแหน่ะ

บ้านยายไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่อยู่ชานเมือง

พรุ่งนี้บอลลูนกับโบอิ้งก็จะบินมาเหมือนกัน

 

ยิ้มหน่อย.. อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆในวันเกิด

อย่างน้อยก็ยังมีคนจำวันเกิดเราได้ 

 

 

 

          20080925

เราไปรับโบอิ้งกับบอลลูนที่สนามบินตอน 7 โมง

น้องๆมาถึงตอนเช้า แล้วต้องรีบกลับตอนเย็น เพราะวันศุกร์มีสอบ

 

 

 

วันนี้เป็นวันเผายายแล้ว

ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ เราก็ไม่คิดว่าเราจะร้องไห้ด้วยซ้ำ

จนมาถึงวันนี้..

 

 

เจ้าสี่ แมวเหมียวของยาย

มันแอบไปติดสาวตอนที่ยายป่วยอยู่ พอกลับมาก็ไม่มียายแล้ว

มันร้องหายายทั่วบ้าน แบบว่าร้องเสียงดังมากก

จนน้าพามันไปดูรูปยายที่หน้าโลงศพ แล้วบอกว่าไม่มียายแล้วนะ

ตั้งแต่วันนั้นมันก็นอนเฝ้าหน้าโลง และไม่ร้องอีกเลย

 

 

 

          20080926

ตอนค่ำๆ ไปเที่ยวงานประจำปีที่พระธาตุ

ก็เหมือนงานวัดทั่วๆไป มีของขายเยอะแยะ

แต่ว่าไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (ซื้อแต่ของกิน)

แล้วก็ซื้อขนมไปฝากแชมป์ด้วย

เป็นพวกขนมพื้นบ้าน ขนมลา อะไรแบบนี้

ไม่รู้ว่าจะกินเป็นรึเปล่า.. แต่ชัวร์มากว่าเธอไม่เคยกิน

 

 

 

          20080927

เดินทางกลับ กทม. ตั้งแต่ตีห้า

ขากลับขับรถกลับค่ะ

พ่อขับจากนครศรีฯ ไปถึงสุราษฎร์ (2 ชั่วโมง)

แล้วเราก็เหมาช่วงต่ออีก 600+ กิโล จากสุราษฎร์ถึงกรุงเทพ (8 ชั่วโมง)

เรียกว่าขับตาลายกันเลยทีเดียว

ตอนนี้ก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

 

 

 

 

,, Postscript ,,

เร็วๆนี้คงต้องเอากล้องเข้าศูนย์แล้ว

อาจจะไม่ได้อัพไดแบบมีรูปเป็นเดือนๆ

(รู้ๆกันอยู่ว่าศูนย์มันทำงานช้ากันแค่ไหน)

 

 

- edit -

storythai เป็นอะไรนักหนา

ปรับปรุงระบบยังไม่เสร็จอีกเหรอ?

จะเข้ามาอัพไดก็ยากเย็นเหลือเกิน

อยากอัพให้ตรงกับวันสำคัญๆ ก็ดันเข้าไม่ได้

 

 

B-Day

           

          09242008

.. Happy Birthday to me ..

 

 

วันเกิดปีนี้.. ไม่มีใครอยู่บ้าน

ไม่มีใครฉลองให้

 

ไม่มีอะไร .. ไม่มีใครจริงๆ

 

 

 

,, Postscript ,,

ณ วัน-เวลานี้ เราคงอยู่ห่างไกลจากโลกไซเบอร์

อีกไม่นาน.. เดี๋ยวกลับมา

 

 

 

 

 

Happy Birthday

What i thought was a dream

Make a wish

Was as real as it seemed ..

 

 

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..

 

                               HTC TOUCH DIAMOND

 

ก่อนหน้านี้เราไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนมือถือเลย เพราะ N70 ก็ยังใช้ได้อยู่

เพียงแต่ตอนนี้แบตเริ่มเสื่อมสภาพ (แบตมันหมดเร็ว ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะใช้อะไร)

เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฟอแมตแล้ว

จริงๆมันก็ยังใช้ได้ต่อนะ.. แต่ก็อยากได้รุ่นใหม่แหละ เพราะมันเบื่อแล้วอะ  -   -"

 

แต่ความคิดมันเปลี่ยนไป เมื่อเราเปิดเว็บดูข้อมูลมือถือ

ตั้งใจไว้ว่าเอาเครื่องราคาถูกๆไม่เกินหมื่นแล้วกัน

เจอ Samsung E840 ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท.. ก็โอเคดีนะ

แล้วก็เหลือบไปเห็น Samsung F480 ราคา 16,500 .. เฮ้ยย อยากได้ว่ะ

สักพักก็เจอโฆษณา Samsung Omnia ราคา 25,000

(ไม่ได้ติดใจอะไรซัมซุง แต่ดูเพจของซัมซุงพอดี)

Omnia สุดยอดแห่งความครบครัน

มือถือแบรนด์กิมจิเค้าพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ในใจตอนนั้นก็อยากได้ Omnia

แต่ในราคา 25,000 เท่ากัน.. เมืองไทยขาย 8GB แต่สิงคโปร์ 16GB

และอีกใจก็แอบอคติกับ Samsung เล็กๆ จากประสบการณ์มันเจ๊งง่าย และราคาตกโคตรเร็ว

 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้.. PDA อันดับ 1 ต้องยกให้ HTC

คลิกเพจ HTC อย่างรวดเร็ว (เคยเล็งตระกูล Touch ไว้)

แล้วก็เจอกับ HTC Touch Diamond เข้าเต็มๆ

http://www.htc.com/www/product.aspx?id=46278

ก่อนหน้านี้เคยเห็นมันเปิดตัวก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ แต่ทำไมวันนี้เรามองแล้วมันสวยทุกมุมจริงๆ

ฟังก์ชั่นครบครัน อาจจะไม่เด่นเรื่องความเร็วกับกล้องเท่า Omnia

แต่ถ้าพูดถึงความเสถียร HTC นำมาได้ไกลพอสมควร (แหงล่ะ! พัฒนา PDA จนเซียนแล้วนี่นา)

มาดูราคา.. 29,990

อืมมม.. ได้ข่าวว่าตอนแรกจะซื้อมือถือราคา 6,000 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจว่าจะซื้อดีมั้ยกับราคานี้

เพราะคอมตอนนี้ก็เริ่มเน่าแล้ว (ใช้มา 3-4 ปี หน้าจอชอบดับเอง และเครื่องทำงานอืดมากแล้วด้วย)

จิตใต้สำนึกมันก็บอกนะว่าตอนนี้คอมสำคัญกว่า

แต่มันเหมือนหน้ามืดตามัวไปกับ Diamond จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน่ะสิ

แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวพ่อก็ซื้อคอมให้

(ปกติเราอยากได้อะไรจะเก็บตังค์ซื้อเองหมด ไม่ค่อยขอพ่อแม่)

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าถ้าคอมไม่เสีย พ่อก็คงไม่ซื้อให้เด็ดขาด..

ถึงเสียก็คงจะต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้เครื่องใหม่

 

 

เครียดดดด.. (เรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ)

One more sad song

          20080919

กลับบ้านตอนเช้า

ไม่เจอแม่.. ไหนแม่บอกว่าจะกลับวันนี้ไง?

พ่อบอกว่าคุณยายเสียแล้ว

 

รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อไม่กี่วันก่อนยังโทรศัพท์คุยกับยายอยู่เลย

ดูเหมือนยายไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

ถ้าถามว่าทำไม? 

ความตายคงไม่มีคำตอบให้หรอก ..ใช่มั้ย?

 

 

 

          20080922

ได้รับคำสั่งให้บินด่วนไปบ้านยาย

Flight DD7810

เดินทางเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึง

มีเจ้าตัวนี้ไปเป็นเพื่อน ^^

 

ระยะทางจากกรุงเทพ 850 กิโลเมตร

ที่นี่ไม่มีตึกสูง ไม่มีรถติด

มีแต่ท้องฟ้าสีฟ้า ต้นหญ้าสีเขียว

คนที่นี่มักจะจัดงานต่างๆที่บ้านตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานแต่ง หรืองานศพ

ถึงเวลาใกล้ค่ำก็ไปนิมนต์พระมาสวด

 

 

 

          20080924

วันเกิดปีนี้ล้อมรอบไปด้วยผู้คน

ลูกหลานของยายเยอะมาก

คนมางานศพรวมเจ็ดวันก็พันกว่าคน

สงสัยว่า.. ทำไมตอนยายมีชีวิตอยู่ถึงไม่ค่อยเห็นจะมากันเลย

คำพูดนั้นก็รวมถึงเราด้วย

 

วันนี้พ่อขับรถตามมาจากกรุงเทพ

เราก็ได้โอกาสเอารถไปใช้

จากบ้านยายไป 7-11 ที่ใกล้ที่สุดก็ตั้ง 10 กิโลแหน่ะ

บ้านยายไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่อยู่ชานเมือง

พรุ่งนี้บอลลูนกับโบอิ้งก็จะบินมาเหมือนกัน

 

ยิ้มหน่อย.. อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆในวันเกิด

อย่างน้อยก็ยังมีคนจำวันเกิดเราได้ 

 

 

 

          20080925

เราไปรับโบอิ้งกับบอลลูนที่สนามบินตอน 7 โมง

น้องๆมาถึงตอนเช้า แล้วต้องรีบกลับตอนเย็น เพราะวันศุกร์มีสอบ

 

 

 

วันนี้เป็นวันเผายายแล้ว

ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ เราก็ไม่คิดว่าเราจะร้องไห้ด้วยซ้ำ

จนมาถึงวันนี้..

 

 

เจ้าสี่ แมวเหมียวของยาย

มันแอบไปติดสาวตอนที่ยายป่วยอยู่ พอกลับมาก็ไม่มียายแล้ว

มันร้องหายายทั่วบ้าน แบบว่าร้องเสียงดังมากก

จนน้าพามันไปดูรูปยายที่หน้าโลงศพ แล้วบอกว่าไม่มียายแล้วนะ

ตั้งแต่วันนั้นมันก็นอนเฝ้าหน้าโลง และไม่ร้องอีกเลย

 

 

 

          20080926

ตอนค่ำๆ ไปเที่ยวงานประจำปีที่พระธาตุ

ก็เหมือนงานวัดทั่วๆไป มีของขายเยอะแยะ

แต่ว่าไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (ซื้อแต่ของกิน)

แล้วก็ซื้อขนมไปฝากแชมป์ด้วย

เป็นพวกขนมพื้นบ้าน ขนมลา อะไรแบบนี้

ไม่รู้ว่าจะกินเป็นรึเปล่า.. แต่ชัวร์มากว่าเธอไม่เคยกิน

 

 

 

          20080927

เดินทางกลับ กทม. ตั้งแต่ตีห้า

ขากลับขับรถกลับค่ะ

พ่อขับจากนครศรีฯ ไปถึงสุราษฎร์ (2 ชั่วโมง)

แล้วเราก็เหมาช่วงต่ออีก 600+ กิโล จากสุราษฎร์ถึงกรุงเทพ (8 ชั่วโมง)

เรียกว่าขับตาลายกันเลยทีเดียว

ตอนนี้ก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

 

 

 

 

,, Postscript ,,

เร็วๆนี้คงต้องเอากล้องเข้าศูนย์แล้ว

อาจจะไม่ได้อัพไดแบบมีรูปเป็นเดือนๆ

(รู้ๆกันอยู่ว่าศูนย์มันทำงานช้ากันแค่ไหน)

 

 

- edit -

storythai เป็นอะไรนักหนา

ปรับปรุงระบบยังไม่เสร็จอีกเหรอ?

จะเข้ามาอัพไดก็ยากเย็นเหลือเกิน

อยากอัพให้ตรงกับวันสำคัญๆ ก็ดันเข้าไม่ได้

 

 

B-Day

           

          09242008

.. Happy Birthday to me ..

 

 

วันเกิดปีนี้.. ไม่มีใครอยู่บ้าน

ไม่มีใครฉลองให้

 

ไม่มีอะไร .. ไม่มีใครจริงๆ

 

 

 

,, Postscript ,,

ณ วัน-เวลานี้ เราคงอยู่ห่างไกลจากโลกไซเบอร์

อีกไม่นาน.. เดี๋ยวกลับมา

 

 

 

 

 

Happy Birthday

What i thought was a dream

Make a wish

Was as real as it seemed ..

 

 

Zoo

เมื่อสองวันก่อนมีเวลาว่างครึ่งวัน.. ก็เลยหาอะไรทำฆ่าเวลา

ตัดสินใจไป "ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ"

อืมม.. ไม่ได้ไปนานมากกกกกแล้วอะ

 

ไปถึงก็เกือบบ่ายสามแล้ว..

คนค่อนข้างน้อย.. ไม่รู้เพราะคนไม่สนใจหรือเพราะเป็นวันธรรมดา

แต่เราสังเกตนะว่าคนไทยมักจะเห่ออะไรแป๊บเดียว

เช่น สวนสัตว์ สวนสนุกอย่างเนี้ยะ..

คนส่วนใหญ่คงชอบไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้ามากกว่ามั้ง

 

บังเอิญเห็นป้ายบอกว่ามีการแสดงจระเข้ ก็เลยรีบตรงดิ่งไปดูก่อน

การแสดงก็มี.. เอามือ/หัวเข้าไปในปากจระเข้ หยิบเงินจากปากจระเข้ etc.

ก็เหมือนที่อื่นๆและเหมือนทุกครั้งที่มาดู..

แต่ที่น่าแปลกใจคือตอนจบเค้าเอามือล้วงเข้าไปในคอของจระเข้  *0*

 

เราเคยอ่านหรือดูสารคดี เค้าบอกว่าถ้ามีอะไรไปแตะบริเวณลิ้นหรือผนังปาก.. มันจะงับทันที

ดังนั้นไอ้พวกเอามือ-หัวเข้าไป มันไม่ค่อยเท่าไหร่สำหรับเรา

เพราะมันไม่โดนผนังปากกับลิ้น(ยกเว้นว่าน้ำจากมือจะหยดลงไปในปากมันน่ะนะ)

แต่นี่เค้าเอามือไปดึงลิ้นจระเข้ กับล้วงคอหอยจระเข้

เราเห็นแล้วอดกลัวไม่ได้เลย  T^T

 

หลังจากที่ดูโชว์จระเข้ก็เดินไปดูสัตว์อย่างอื่นบ้าง

เห็นเป็นสวนสัตว์เล็กๆแบบนี้.. เรายังปวดขาเลยนะ

นอกจากจระเข้ที่มีหลายพันธุ์ นอกนั้นก็เป็นสัตว์ทั่วไป.. ไม่ค่อยมีพันธุ์แปลกๆเท่าไหร่

สักพักเราก็ไปซื้อกล้วยมาหวีนึง.. เพราะเค้าอนุญาตให้อาหารสัตว์ได้ (ให้ได้ทุกตัว อยู่ที่ว่าตัวไหนจะกิน)

ประเดิมตัวแรกก็เจ้าฮิปโป.. ฟันเหลืองเชียวววว

มันอยู่กันสามตัว พ่อ แม่ ลูก.. น่ารักมากๆเลย

ต่อมาก็ตัวแรคคูน (หรอ?)

พอมันเห็นเราเดินมา มันก็รีบวิ่งมาเกาะกรงให้ถ่ายรูปเลยอ่ะ (จริงๆคือมันเห็นกล้วย 55)

สวนสัตว์ที่นี่ไม่ค่อยติดป้ายว่าตัวอะไรเป็นตัวอะไร บางป้ายตัวอักษรก็เลือนๆ

เป็นเหตุให้คนฉลาดน้อยอย่างเราต้องนั่งเดาเอาเองว่ามันคือตัวอะไร?

ลิงตัวนี้ตลกมากอ่ะ.. ผู้ชายในรูป(ไม่เกี่ยวข้ออะไรกับเรานะ)ให้กล้วยมัน แต่มันไม่เอา

ต้องปอกให้ แถมต้องป้อนด้วย มันถึงจะกิน

เราหมั่นไส้ก็เลยยื่นกล้วยให้มันแล้วดึงกลับคืน(นิสัยไม่ดี) มันขู่ด้วยอ่ะ  +  +

ลองสังเกตดูว่ารูปนี้ลูกเสือรุมอะไรกันอยู่..

ฮ่าๆ มันคือกล้วย !! สรุปว่าทั้งสวนสัตว์มันกินแต่กล้วยกันใช่มั้ย??

เดินไปเดินมา.. ไปหลงที่เพาะพันธุ์จระเข้

มันเป็นบ่อจระเข้ใหญ่มากกก แล้วจระเข้ก็ยั้วเยี้ยะเต็มไปหมดเลย

เค้าบอกว่าจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่.. ลำตัวยาว 6 ฟุต (แต่เราหาไม่เจอนะ)

เอาตัวนี้ไปก่อนละกัน.. ในรูปอาจจะคิดว่าจิ้งจก แต่ตัวจริงตัวใหญ่มากกก

 

 

 

 

ตอนนี้กำลังเห่อสมาชิกใหม่.. โยเกิร์ต

เลี้ยงมาได้อาทิตย์นึงแล้วล่ะ

 

โยเกิร์ตเป็นกระต่ายแต่เชื่องมากๆๆ แล้วก็"ดูเหมือน"ฉลาดด้วยนะ

แต่มันชอบซนเข้าไปในซอกตู้.. จากสีขาวๆก็มอมแมมไปแล้ว เรียบร้อย

ถ่ายรูปมันไม่ค่อยได้เลยอ่ะ ซนมากกกกก

 

เราไม่ได้ซื้อโยเกิร์ตมานะ.. ได้รับช่วงต่อมา

มันอายุแค่ 2 เดือนเอง ยังเด็กอยู่เลย..

เราก็หวาดๆว่ามันจะยังไม่หย่านม กลัวมันเครียด กลัวมันตายด้วย

แต่มันก็เป็นกระต่ายที่ร่าเริงดีอ่ะ (ร่าเริงเกินกระต่ายทั่วไป)

ตอนที่ได้มา.. โยเกิร์ตก็มีแผลที่บริเวณจมูก

หาข้อมูลจากในเว็บเค้าบอกว่าให้ซื้อยาแก้โรคผิวหนังมาทาก่อน

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราทายาให้โยเกิร์ตโดยไม่ใช้คัตตอนบัต

ปรากฏว่ายาเข้าจมูก.. มันสำลักแล้วหงายท้องเลยอะ

เรากลัวมา เลยพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ(บังเอิญว่ามันใกล้ที่สุดแล้ว)

หมอบอกว่ามันอาจจะตายได้ถ้ายาเข้าไปในปอด.. เรางี้ร้องไห้เลย

สุดท้ายก็ให้ยามา.. ค่ารักษาเกือบพัน

หลังจากวันนั้น เราก็พาโยเกิร์ตไปรักษาแผลที่จมูกโรงพยาบาลสัตว์จุฬา

หมอที่ตรวจโยเกิร์ตทักเราด้วยว่าเป็นอะไรกับพี่เต้งหรือเปล่า (เค้าดูนามสกุล)

เราก็งง.. อัลไซเมอร์ไปชั่วขณะ ลืมไปว่ามีพี่(ลูกพี่ลูกน้อง)เป็นสัตวแพทย์จุฬา

ทีมรักษาที่นี่ดีมาก.. ตรวจเช็คละเอียดมาก

สรุปค่าใช้จ่ายครั้งนี้ก็ 600 บาท

 

โยเกิร์ตก็น่ารักมาก คือมันกินยาเองได้.. เราไม่ต้องบังคับมันกินยา

แล้วเวลาทายาหรือหยอดตา มันก็อยู่นิ่งๆ ไม่เคยดิ้นเลย

เป็นกระต่ายที่น่ารักที่สุดที่เคยเลี้ยงมาาาา  อิอิ

 

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..

 

                               HTC TOUCH DIAMOND

 

ก่อนหน้านี้เราไม่มีความคิดที่จะเปลี่ยนมือถือเลย เพราะ N70 ก็ยังใช้ได้อยู่

เพียงแต่ตอนนี้แบตเริ่มเสื่อมสภาพ (แบตมันหมดเร็ว ทั้งๆที่ยังไม่ทันจะใช้อะไร)

เครื่องทำงานช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทั้งๆที่ฟอแมตแล้ว

จริงๆมันก็ยังใช้ได้ต่อนะ.. แต่ก็อยากได้รุ่นใหม่แหละ เพราะมันเบื่อแล้วอะ  -   -"

 

แต่ความคิดมันเปลี่ยนไป เมื่อเราเปิดเว็บดูข้อมูลมือถือ

ตั้งใจไว้ว่าเอาเครื่องราคาถูกๆไม่เกินหมื่นแล้วกัน

เจอ Samsung E840 ราคาประมาณ 6,000 กว่าบาท.. ก็โอเคดีนะ

แล้วก็เหลือบไปเห็น Samsung F480 ราคา 16,500 .. เฮ้ยย อยากได้ว่ะ

สักพักก็เจอโฆษณา Samsung Omnia ราคา 25,000

(ไม่ได้ติดใจอะไรซัมซุง แต่ดูเพจของซัมซุงพอดี)

Omnia สุดยอดแห่งความครบครัน

มือถือแบรนด์กิมจิเค้าพัฒนาไปไกลขนาดนี้แล้วเหรอเนี่ย

ในใจตอนนั้นก็อยากได้ Omnia

แต่ในราคา 25,000 เท่ากัน.. เมืองไทยขาย 8GB แต่สิงคโปร์ 16GB

และอีกใจก็แอบอคติกับ Samsung เล็กๆ จากประสบการณ์มันเจ๊งง่าย และราคาตกโคตรเร็ว

 

แล้วเราก็นึกขึ้นได้.. PDA อันดับ 1 ต้องยกให้ HTC

คลิกเพจ HTC อย่างรวดเร็ว (เคยเล็งตระกูล Touch ไว้)

แล้วก็เจอกับ HTC Touch Diamond เข้าเต็มๆ

http://www.htc.com/www/product.aspx?id=46278

ก่อนหน้านี้เคยเห็นมันเปิดตัวก็ไม่คิดว่ามันสวยนะ แต่ทำไมวันนี้เรามองแล้วมันสวยทุกมุมจริงๆ

ฟังก์ชั่นครบครัน อาจจะไม่เด่นเรื่องความเร็วกับกล้องเท่า Omnia

แต่ถ้าพูดถึงความเสถียร HTC นำมาได้ไกลพอสมควร (แหงล่ะ! พัฒนา PDA จนเซียนแล้วนี่นา)

มาดูราคา.. 29,990

อืมมม.. ได้ข่าวว่าตอนแรกจะซื้อมือถือราคา 6,000 อยู่เลยไม่ใช่เหรอ

 

 

ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการตัดสินใจว่าจะซื้อดีมั้ยกับราคานี้

เพราะคอมตอนนี้ก็เริ่มเน่าแล้ว (ใช้มา 3-4 ปี หน้าจอชอบดับเอง และเครื่องทำงานอืดมากแล้วด้วย)

จิตใต้สำนึกมันก็บอกนะว่าตอนนี้คอมสำคัญกว่า

แต่มันเหมือนหน้ามืดตามัวไปกับ Diamond จนโงหัวไม่ขึ้นแล้วน่ะสิ

แถมยังคิดเข้าข้างตัวเองว่า เดี๋ยวพ่อก็ซื้อคอมให้

(ปกติเราอยากได้อะไรจะเก็บตังค์ซื้อเองหมด ไม่ค่อยขอพ่อแม่)

ทั้งๆที่รู้อยู่ว่าถ้าคอมไม่เสีย พ่อก็คงไม่ซื้อให้เด็ดขาด..

ถึงเสียก็คงจะต้องรอเป็นเดือนกว่าจะได้เครื่องใหม่

 

 

เครียดดดด.. (เรื่องไม่เป็นเรื่องจริงๆ)

One more sad song

          20080919

กลับบ้านตอนเช้า

ไม่เจอแม่.. ไหนแม่บอกว่าจะกลับวันนี้ไง?

พ่อบอกว่าคุณยายเสียแล้ว

 

รู้สึกตกใจอยู่เหมือนกัน

เมื่อไม่กี่วันก่อนยังโทรศัพท์คุยกับยายอยู่เลย

ดูเหมือนยายไม่ได้เป็นอะไรมาก

 

ถ้าถามว่าทำไม? 

ความตายคงไม่มีคำตอบให้หรอก ..ใช่มั้ย?

 

 

 

          20080922

ได้รับคำสั่งให้บินด่วนไปบ้านยาย

Flight DD7810

เดินทางเพียง 1 ชั่วโมงก็ถึง

มีเจ้าตัวนี้ไปเป็นเพื่อน ^^

 

ระยะทางจากกรุงเทพ 850 กิโลเมตร

ที่นี่ไม่มีตึกสูง ไม่มีรถติด

มีแต่ท้องฟ้าสีฟ้า ต้นหญ้าสีเขียว

คนที่นี่มักจะจัดงานต่างๆที่บ้านตัวเอง

ไม่ว่าจะเป็นงานบุญ งานแต่ง หรืองานศพ

ถึงเวลาใกล้ค่ำก็ไปนิมนต์พระมาสวด

 

 

 

          20080924

วันเกิดปีนี้ล้อมรอบไปด้วยผู้คน

ลูกหลานของยายเยอะมาก

คนมางานศพรวมเจ็ดวันก็พันกว่าคน

สงสัยว่า.. ทำไมตอนยายมีชีวิตอยู่ถึงไม่ค่อยเห็นจะมากันเลย

คำพูดนั้นก็รวมถึงเราด้วย

 

วันนี้พ่อขับรถตามมาจากกรุงเทพ

เราก็ได้โอกาสเอารถไปใช้

จากบ้านยายไป 7-11 ที่ใกล้ที่สุดก็ตั้ง 10 กิโลแหน่ะ

บ้านยายไม่ได้อยู่ในตัวเมือง แต่อยู่ชานเมือง

พรุ่งนี้บอลลูนกับโบอิ้งก็จะบินมาเหมือนกัน

 

ยิ้มหน่อย.. อย่างน้อยก็ได้เจอญาติๆในวันเกิด

อย่างน้อยก็ยังมีคนจำวันเกิดเราได้ 

 

 

 

          20080925

เราไปรับโบอิ้งกับบอลลูนที่สนามบินตอน 7 โมง

น้องๆมาถึงตอนเช้า แล้วต้องรีบกลับตอนเย็น เพราะวันศุกร์มีสอบ

 

 

 

วันนี้เป็นวันเผายายแล้ว

ตลอดเวลาที่เราอยู่ที่นี่ เราก็ไม่คิดว่าเราจะร้องไห้ด้วยซ้ำ

จนมาถึงวันนี้..

 

 

เจ้าสี่ แมวเหมียวของยาย

มันแอบไปติดสาวตอนที่ยายป่วยอยู่ พอกลับมาก็ไม่มียายแล้ว

มันร้องหายายทั่วบ้าน แบบว่าร้องเสียงดังมากก

จนน้าพามันไปดูรูปยายที่หน้าโลงศพ แล้วบอกว่าไม่มียายแล้วนะ

ตั้งแต่วันนั้นมันก็นอนเฝ้าหน้าโลง และไม่ร้องอีกเลย

 

 

 

          20080926

ตอนค่ำๆ ไปเที่ยวงานประจำปีที่พระธาตุ

ก็เหมือนงานวัดทั่วๆไป มีของขายเยอะแยะ

แต่ว่าไม่ได้ซื้ออะไรเป็นชิ้นเป็นอัน (ซื้อแต่ของกิน)

แล้วก็ซื้อขนมไปฝากแชมป์ด้วย

เป็นพวกขนมพื้นบ้าน ขนมลา อะไรแบบนี้

ไม่รู้ว่าจะกินเป็นรึเปล่า.. แต่ชัวร์มากว่าเธอไม่เคยกิน

 

 

 

          20080927

เดินทางกลับ กทม. ตั้งแต่ตีห้า

ขากลับขับรถกลับค่ะ

พ่อขับจากนครศรีฯ ไปถึงสุราษฎร์ (2 ชั่วโมง)

แล้วเราก็เหมาช่วงต่ออีก 600+ กิโล จากสุราษฎร์ถึงกรุงเทพ (8 ชั่วโมง)

เรียกว่าขับตาลายกันเลยทีเดียว

ตอนนี้ก็กลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยค่ะ

 

 

 

 

,, Postscript ,,

เร็วๆนี้คงต้องเอากล้องเข้าศูนย์แล้ว

อาจจะไม่ได้อัพไดแบบมีรูปเป็นเดือนๆ

(รู้ๆกันอยู่ว่าศูนย์มันทำงานช้ากันแค่ไหน)

 

 

- edit -

storythai เป็นอะไรนักหนา

ปรับปรุงระบบยังไม่เสร็จอีกเหรอ?

จะเข้ามาอัพไดก็ยากเย็นเหลือเกิน

อยากอัพให้ตรงกับวันสำคัญๆ ก็ดันเข้าไม่ได้

 

 

B-Day

           

          09242008

.. Happy Birthday to me ..

 

 

วันเกิดปีนี้.. ไม่มีใครอยู่บ้าน

ไม่มีใครฉลองให้

 

ไม่มีอะไร .. ไม่มีใครจริงๆ

 

 

 

,, Postscript ,,

ณ วัน-เวลานี้ เราคงอยู่ห่างไกลจากโลกไซเบอร์

อีกไม่นาน.. เดี๋ยวกลับมา

 

 

 

 

 

Happy Birthday

What i thought was a dream

Make a wish

Was as real as it seemed ..

 

 

Zoo

เมื่อสองวันก่อนมีเวลาว่างครึ่งวัน.. ก็เลยหาอะไรทำฆ่าเวลา

ตัดสินใจไป "ฟาร์มจระเข้ สมุทรปราการ"

อืมม.. ไม่ได้ไปนานมากกกกกแล้วอะ

 

ไปถึงก็เกือบบ่ายสามแล้ว..

คนค่อนข้างน้อย.. ไม่รู้เพราะคนไม่สนใจหรือเพราะเป็นวันธรรมดา

แต่เราสังเกตนะว่าคนไทยมักจะเห่ออะไรแป๊บเดียว

เช่น สวนสัตว์ สวนสนุกอย่างเนี้ยะ..

คนส่วนใหญ่คงชอบไปเที่ยวตามห้างสรรพสินค้ามากกว่ามั้ง

 

บังเอิญเห็นป้ายบอกว่ามีการแสดงจระเข้ ก็เลยรีบตรงดิ่งไปดูก่อน

การแสดงก็มี.. เอามือ/หัวเข้าไปในปากจระเข้ หยิบเงินจากปากจระเข้ etc.

ก็เหมือนที่อื่นๆและเหมือนทุกครั้งที่มาดู..

แต่ที่น่าแปลกใจคือตอนจบเค้าเอามือล้วงเข้าไปในคอของจระเข้  *0*

 

เราเคยอ่านหรือดูสารคดี เค้าบอกว่าถ้ามีอะไรไปแตะบริเวณลิ้นหรือผนังปาก.. มันจะงับทันที

ดังนั้นไอ้พวกเอามือ-หัวเข้าไป มันไม่ค่อยเท่าไหร่สำหรับเรา

เพราะมันไม่โดนผนังปากกับลิ้น(ยกเว้นว่าน้ำจากมือจะหยดลงไปในปากมันน่ะนะ)

แต่นี่เค้าเอามือไปดึงลิ้นจระเข้ กับล้วงคอหอยจระเข้

เราเห็นแล้วอดกลัวไม่ได้เลย  T^T

 

หลังจากที่ดูโชว์จระเข้ก็เดินไปดูสัตว์อย่างอื่นบ้าง

เห็นเป็นสวนสัตว์เล็กๆแบบนี้.. เรายังปวดขาเลยนะ

นอกจากจระเข้ที่มีหลายพันธุ์ นอกนั้นก็เป็นสัตว์ทั่วไป.. ไม่ค่อยมีพันธุ์แปลกๆเท่าไหร่

สักพักเราก็ไปซื้อกล้วยมาหวีนึง.. เพราะเค้าอนุญาตให้อาหารสัตว์ได้ (ให้ได้ทุกตัว อยู่ที่ว่าตัวไหนจะกิน)

ประเดิมตัวแรกก็เจ้าฮิปโป.. ฟันเหลืองเชียวววว

มันอยู่กันสามตัว พ่อ แม่ ลูก.. น่ารักมากๆเลย

ต่อมาก็ตัวแรคคูน (หรอ?)

พอมันเห็นเราเดินมา มันก็รีบวิ่งมาเกาะกรงให้ถ่ายรูปเลยอ่ะ (จริงๆคือมันเห็นกล้วย 55)

สวนสัตว์ที่นี่ไม่ค่อยติดป้ายว่าตัวอะไรเป็นตัวอะไร บางป้ายตัวอักษรก็เลือนๆ

เป็นเหตุให้คนฉลาดน้อยอย่างเราต้องนั่งเดาเอาเองว่ามันคือตัวอะไร?

ลิงตัวนี้ตลกมากอ่ะ.. ผู้ชายในรูป(ไม่เกี่ยวข้ออะไรกับเรานะ)ให้กล้วยมัน แต่มันไม่เอา

ต้องปอกให้ แถมต้องป้อนด้วย มันถึงจะกิน

เราหมั่นไส้ก็เลยยื่นกล้วยให้มันแล้วดึงกลับคืน(นิสัยไม่ดี) มันขู่ด้วยอ่ะ  +  +

ลองสังเกตดูว่ารูปนี้ลูกเสือรุมอะไรกันอยู่..

ฮ่าๆ มันคือกล้วย !! สรุปว่าทั้งสวนสัตว์มันกินแต่กล้วยกันใช่มั้ย??

เดินไปเดินมา.. ไปหลงที่เพาะพันธุ์จระเข้

มันเป็นบ่อจระเข้ใหญ่มากกก แล้วจระเข้ก็ยั้วเยี้ยะเต็มไปหมดเลย

เค้าบอกว่าจระเข้ที่ใหญ่ที่สุดในโลกอยู่ที่นี่.. ลำตัวยาว 6 ฟุต (แต่เราหาไม่เจอนะ)

เอาตัวนี้ไปก่อนละกัน.. ในรูปอาจจะคิดว่าจิ้งจก แต่ตัวจริงตัวใหญ่มากกก

 

 

 

 

ตอนนี้กำลังเห่อสมาชิกใหม่.. โยเกิร์ต

เลี้ยงมาได้อาทิตย์นึงแล้วล่ะ

 

โยเกิร์ตเป็นกระต่ายแต่เชื่องมากๆๆ แล้วก็"ดูเหมือน"ฉลาดด้วยนะ

แต่มันชอบซนเข้าไปในซอกตู้.. จากสีขาวๆก็มอมแมมไปแล้ว เรียบร้อย

ถ่ายรูปมันไม่ค่อยได้เลยอ่ะ ซนมากกกกก

 

เราไม่ได้ซื้อโยเกิร์ตมานะ.. ได้รับช่วงต่อมา

มันอายุแค่ 2 เดือนเอง ยังเด็กอยู่เลย..

เราก็หวาดๆว่ามันจะยังไม่หย่านม กลัวมันเครียด กลัวมันตายด้วย

แต่มันก็เป็นกระต่ายที่ร่าเริงดีอ่ะ (ร่าเริงเกินกระต่ายทั่วไป)

ตอนที่ได้มา.. โยเกิร์ตก็มีแผลที่บริเวณจมูก

หาข้อมูลจากในเว็บเค้าบอกว่าให้ซื้อยาแก้โรคผิวหนังมาทาก่อน

ด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เราทายาให้โยเกิร์ตโดยไม่ใช้คัตตอนบัต

ปรากฏว่ายาเข้าจมูก.. มันสำลักแล้วหงายท้องเลยอะ

เรากลัวมา เลยพาไปโรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ(บังเอิญว่ามันใกล้ที่สุดแล้ว)

หมอบอกว่ามันอาจจะตายได้ถ้ายาเข้าไปในปอด.. เรางี้ร้องไห้เลย

สุดท้ายก็ให้ยามา.. ค่ารักษาเกือบพัน

หลังจากวันนั้น เราก็พาโยเกิร์ตไปรักษาแผลที่จมูกโรงพยาบาลสัตว์จุฬา

หมอที่ตรวจโยเกิร์ตทักเราด้วยว่าเป็นอะไรกับพี่เต้งหรือเปล่า (เค้าดูนามสกุล)

เราก็งง.. อัลไซเมอร์ไปชั่วขณะ ลืมไปว่ามีพี่(ลูกพี่ลูกน้อง)เป็นสัตวแพทย์จุฬา

ทีมรักษาที่นี่ดีมาก.. ตรวจเช็คละเอียดมาก

สรุปค่าใช้จ่ายครั้งนี้ก็ 600 บาท

 

โยเกิร์ตก็น่ารักมาก คือมันกินยาเองได้.. เราไม่ต้องบังคับมันกินยา

แล้วเวลาทายาหรือหยอดตา มันก็อยู่นิ่งๆ ไม่เคยดิ้นเลย

เป็นกระต่ายที่น่ารักที่สุดที่เคยเลี้ยงมาาาา  อิอิ

 

ปวดฟัน@Thailand

อ่าา.. ดองเค็มเป็นอาทิตย์เลยแฮะ

ช่วงนี้กำลังสับสนกับชีวิตมากกก โดยเฉพาะเรื่องเรียน

แต่มันเป็นการตัดสินใจของเราเอง ดังนั้นก็ต้องเดินหน้าต่อไป

เทอมหน้าก็ต้องพยายามให้มาก.. มากเท่าที่ตัวเองมีแรงทำได้

 

 

 

มาถึงเรื่องกินๆกันอีกแล้ว

เมื่อวานไปทานโนบุ เซนทรัลเวิร์ลกับที่รักมา

สั่งน้ำซุปต้นตำรับโนบุกับสุกี้

 

ถ้ากินสุกี้ญี่ปุ่นแบบถูกวิธีจะอร่อยมากกก

ไม่ใช่แบบพวก MK อะไรแบบนี้นะ.. คือน้ำสุกี้ญี่ปุ่นมันจะเป็นสีดำๆเค็มๆ

วิธีกินที่ถูกต้องก็คือ เอาไปจิ้มไข่สด

ตอนแรกเรานี่อี๋เลย เพราะเวลากินไข่ดาวเรายังต้องสั่งแบบไข่แดงสุกๆ

แล้วนี่จิ้มไข่สดมันจะไม่เหม็นคาวเหรอ?

แต่พอได้ลองจริงๆแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า สุดยอดมั่กๆ

 

สุกี้ที่โนบุรสชาติเหมือนกับที่อาคิโยชินั่นแหละ

แต่โนบุไม่มีพวกพริกไทยหรือน้ำมันงาไว้ให้ใส่ในไข่

คือจิ้มไข่ล้วนๆเลยน่ะแหละ

 

บรรยายกาศร้าน

 

บาร์.. หม้อน่ารักมากๆ

 

เคยมาทานที่นี่เมื่อหลายเดือนมาแล้ว

ตอนนั้นถ่ายรูปไว้เยอะแยะเลย แต่ฟอแมตคอมแล้วลืมแบคอัพไว้

เสียดายอะ..

 

 

 

อัพเดตตัวเองนิดนึง..

หลังจากที่ซื้อหนังสือ Gossip Girl มาอ่านได้ไม่ถึงครึ่ง

ก็ไปถอย DVD มาแล้ว และดูจบแล้วด้วย

พอดูจบแล้วอยากลงไปชักดิ้นชักงอ เพราะอยากดูซีซั่นใหม่อีก

season 2 เริ่มฉายเดือนกันยานี้แหละ แต่ไม่รู้จะไปหาดูจากไหน

 

แต่ตอนนี้มาติด Amazing Race : Asia แล้ว อิอิ

เมื่อวานที่ออกอากาศ คือ เค้ามาแข่งที่ประเทศไทย

ไหม ที่เป็นดารา กับนาตาลี เกลโบวา แข่งด้วย แต่อยู่คนละทีม

อันนี้ออกอากาศไม่ช้ากว่าที่อื่นนะ สดๆมาเลย

เข้าไปดูได้ที่ http://amazing-race-asia.axn-asia.com/

 

start ที่สะพานพุทธ

คำสั่งแรกคือให้เดินทางไปกินอาหารพื้นเมืองที่ถนนข้าวสาร

ไอ้เราก็คิดในใจว่า ต้มยำกุ้ง แหงมๆ (ง่ายไปรึเปล่า?)

แต่พอไปถึงคือ เค้าให้กินพวกหนอนทอด แมงป่องที่ขายตามงานวัดอะ

แทบสลบ.. ชาวโลกจะคิดว่าเมืองไทยกินหนอนกันมั้ยเนี่ย

 

เราก็เชียร์อยู่สองทีม(ทีมไทย) คือ ไหม - โอลิเวอร์, นาตาลี - ไพลิน

แต่ไปๆมาๆมาเชียร์ทีมไหมอย่างเดียวดีกว่า เพราะหมั่นไส้นาตาลีอะ

she ดูไม่ค่อยทำอะไรเลย.. ตอนที่เค้าล้างรถบัสเห็นไพลินถูอยู่คนเดียว

แล้วนาตาลีมีการพูดด้วยว่า "ระวังหัวชั้นหน่อย น้ำสกปรกมันเลอะหัวชั้นไปหมดแล้วเนี่ย"

สองทีมนี้ก็อยู่ในอันดับต้นๆเหมือนกันนะ..

จริงๆนาตาลีอาจจะช่วยทีมเยอะก็ได้ คงต้องรอดูกันต่อไป

 

แต่ที่ไม่ชอบเลยคือคู่คนอินเดีย นีนา - อามิท อะ

เบื่อนีนามากๆ คือชอบสั่ง ชอบเร่งสุดๆ

ก็เข้าใจนะว่าจริงจังกับการแข่ง แต่ไม่ต้องขนาดนั้นก็ได้มั้ง

ตอนสุดท้ายตกรอบ เราก็รู้สึกสงสารเค้าเหมือนกัน

 

 

 

 

เมื่อวานนี้ทำอุด้งแกงกระหรี่ญี่ปุ่นทานเองที่บ้าน

ใช้แกงกระหรี่ก้อนน่ะ ทำง่าย อร่อยด้วย

โบะด้วยชีสสส.. ตอนคลุกชีสเยิ้มๆ หอมสุดๆ

 

 

 

 

,, Postscript ,,

โคตรจะปวดฟันนนน..

เมื่อครึ่งปีที่แล้วได้มั้ง ไปรักษารากฟัน

แต่ด้วยความที่ขี้เกียจรอหมอ.. เลยโดดนัดทั้งที่ฟันก็ยังทำไม่เสร็จ

สุดท้ายยาที่เค้าอุดฟันไว้ชั่วคราวมันหลุด แล้วก็ปวดดๆๆ.. ทำตัวเองจริงๆ

 

วันนี้ไปนัดหมอแล้ว.. รักษาช่องปากให้หมด แล้วจะได้จัดฟัน

My Wish Lists

 

วันนี้ขออัพเกี่ยวกับ wish lists ของตัวเองซะหน่อย

 

เรามักจะจดในสิ่งที่ตัวเองอยากได้เอาไว้เสมอ

mark ไว้ว่าอันไหนควรซื้อก่อน-หลัง อันไหนที่ยังรอต่อไปได้

แล้วคำนวณดูว่าจะสามารถเก็บตังค์หรือสามารถซื้อได้ช่วงไหน

 

ตอนนี้ wish lists ของเราก็มี :

Skincare, Make up, คอมเครื่องใหม่ และ plan เอาไว้ว่าจะไปเที่ยวฮ่องกง

เราคำนวณไว้แล้วว่าเดือนตุลาเราจะมีเงินประมาณ 3หมื่น+

ซึ่งเงินจำนวณนี้สามารถแบ่งเป็น

1. ซื้อ skincare กับ make up

2. ซื้อคอม (อย่างเดียวเงินก็หมดแล้ว)

3. ไปฮ่องกง แล้วไปซื้อ skincare ที่นั่น (ตังค์หมดพอดี)

 

 

แต่ wish lists ทั้งหมดนี้เป็นอันต้องถูกเตะไปไกลๆ เมื่อเจอออ..