counter 8,632

Something's wrong

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Something's wrong

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Just Another Day

 

Photobucket

  สอบ mid-term วันสุดท้าย

  ใช้เวลาในการสอบเพียง 1 ชม.เท่านั้น

  รู้สึกจะเป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่สอบ math แล้วใช้เวลาสอบน้อยขนาดนี้

  และอย่างที่รู้ๆอยู่ คือ ทำไม่ได้เลยยย

 

 

 

Photobucket

 

  ก่อนสอบวันนี้เห็น museum เปิด

  แอบนึกสงสัยเพราะไม่เคยเห็นมันเปิดเลย

  อืม.. ใช้โอกาสนี้แหละแอบเข้าไปดู  อยากรู้มานานแล้วว่าข้างในมีอะไร

 

 

 

Photobucket

 

  ใน museum จะมีภาพวาดเกี่ยวกับพระคริสต์ แล้วก็ชามสังคโลก?

  อยากถ่ายมามากกว่านี้ แต่แสงไม่อำนวยเลย เค้าปิดไฟหมด

  ชั้นใต้ดินมีภาพวาดอีก แต่ไม่กล้าลงไปเลยอะ มืดมากๆ

  ชั้นบน แอบๆส่องดูแล้วก็มีของจัดแสดงไว้เยอะมากๆ

  ถ้าไม่ผิดจากที่คาดเดานะ เหมือนมันมีบันไดเวียนขึ้นไปบนหอนาฬิกาได้ด้วย

  แต่ด้วยความขี้ป๊อดของตัวเอง เลยไม่กล้าขึ้นไปสำรวจเลย แงๆ

  ไว้รอโอกาสที่เค้าเปิดไฟทั้งตึกแล้วกัน  -  -*

 

Something's wrong

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Just Another Day

 

Photobucket

  สอบ mid-term วันสุดท้าย

  ใช้เวลาในการสอบเพียง 1 ชม.เท่านั้น

  รู้สึกจะเป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่สอบ math แล้วใช้เวลาสอบน้อยขนาดนี้

  และอย่างที่รู้ๆอยู่ คือ ทำไม่ได้เลยยย

 

 

 

Photobucket

 

  ก่อนสอบวันนี้เห็น museum เปิด

  แอบนึกสงสัยเพราะไม่เคยเห็นมันเปิดเลย

  อืม.. ใช้โอกาสนี้แหละแอบเข้าไปดู  อยากรู้มานานแล้วว่าข้างในมีอะไร

 

 

 

Photobucket

 

  ใน museum จะมีภาพวาดเกี่ยวกับพระคริสต์ แล้วก็ชามสังคโลก?

  อยากถ่ายมามากกว่านี้ แต่แสงไม่อำนวยเลย เค้าปิดไฟหมด

  ชั้นใต้ดินมีภาพวาดอีก แต่ไม่กล้าลงไปเลยอะ มืดมากๆ

  ชั้นบน แอบๆส่องดูแล้วก็มีของจัดแสดงไว้เยอะมากๆ

  ถ้าไม่ผิดจากที่คาดเดานะ เหมือนมันมีบันไดเวียนขึ้นไปบนหอนาฬิกาได้ด้วย

  แต่ด้วยความขี้ป๊อดของตัวเอง เลยไม่กล้าขึ้นไปสำรวจเลย แงๆ

  ไว้รอโอกาสที่เค้าเปิดไฟทั้งตึกแล้วกัน  -  -*

 

My Devil Roommate

เนื่องจาก entry นี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก

http://pinkdeizy.storythai.com/200807/entry-2

 

เราก็อยากจะมาเล่าบ้าง ในฐานะที่เคยมีรูมเมทตัวแสบเหมือนกัน

เรื่องก็มีอยู่ว่า.. อดีตรูมเมทเรา เค้านั่งข้างเราตั้งแต่ม.ปลาย

เค้าเข้ากับใครในห้องไม่ค่อยได้ คือไม่สนิทกับคนในห้อง

เราเคยคิดว่าเราสนิทกับเค้านะ

แต่เค้ามาพูดกับเราว่าเพื่อนสนิทก็แค่คนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่านั้นแหละ

พอเค้าพูดแบบนี้ เราก็เลยไปสนิทกะคนอื่นเลย แต่ก็นั่งใกล้เค้ามาตลอด 3 ปี

 

พอเข้ามหาลัย เราก็ติดม.เดียวกับเค้า แล้วเพื่อนที่ติดม.เดียวกะเราก็มาชวนเราอยู่หอ

เราก็เผลอไปชวนเค้าด้วย พอเพื่อนที่มาชวนเรารู้ว่าคนนี้มาอยู่ด้วย

เค้าก็ไปชวนคนอื่นแทน เค้าบอกว่าเค้าเข้ากับรูมเมทเราไม่ได้หรอก

ก็เลยสรุปกันว่ามีสี่คน จะแยกเป็นสองห้องอยู่ตรงข้ามกัน

 

ปัญหาแรกเลยที่เจอคือ เราหวีผม แล้วเราผมยาวหลุดร่วงง่าย

เค้าก็เอาไปฟ้องแม่เค้า แม่เค้าก็มาบอกแม่เราอีกที

(แม่เรารู้จักกับแม่เค้า เพราะแม่เราหาบ้านให้แม่เค้าเช่าอยู่)

เราก็เคืองที่ว่า ถ้าผมเราร่วงเยอะ ก็บอกเราดิ ไม่เห็นต้องฟ้องแม่เลย

 

ปัญหาที่สองคือ ของที่ใช้ร่วมกันเราเป็นคนซื้อเองหมด

เช่น ไม้กวาด ที่รีดผ้า เตารีด ราวตากผ้า

เค้าบอกว่าจะช่วยเราออก แต่ก็ไม่เห็นจะช่วยเลย

แต่เราก็ไม่ได้ทวงนะ เราคิดว่า.. คนเราถ้าคิดจะช่วยจริงเค้าก็ให้เองแหละ

 

ปัญหาที่สามคือ เราเป็นคนทำความสะอาดห้องตลอด รวมทั้งห้องน้ำด้วย

อย่างโต๊ะทำงานมันจะเป็นโต๊ะยาว เราก็แบ่งว่านี่ฝั่งเค้า นี่ฝั่งเรา

เวลาเค้าเก็บ เค้าก็เก็บแต่ฝั่งเค้า ไม่เคยไม่ช่วยของเรา

แต่เราไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราทำรกเอง

แต่มันน่าเคืองตรงที่พองานส่วนรวม กลายเป็นคนทำเองหมดเลยคนเดียว

ทั้งๆที่ห้องน้ำเค้าก็ใช้ด้วยเหมือนกัน

 

ปัญหาที่สี่คือ เวลาเราจะใช้ของเค้าอะ เค้าจะไม่ค่อยให้เรายืม

เค้าบอกว่ามันเป็นของใช้ส่วนตัว(แบบบางทีของๆเราหมดไรเงี้ยะ)

แล้วมีวันนึง เราซื้อครีมอาบน้ำมาใหม่ มันหอมมากๆๆ แล้วเราก็ยังไม่เคยเปิดขวดนี้เลย

เราจำได้เลยเพราะเราเอาไปอวดเพื่อนสองคนที่อยู่ห้องตรงข้าม

แล้วตอนนั้นเค้าอาบน้ำ แล้วเราชวนเพื่อนอีกสองคนมาเล่นในห้อง

กลิ่นครีมอาบน้ำเราโชยออกจากห้องน้ำเลย เราโมโหมากกก

เราบอกเพื่อนสองคนว่าขอยืมห้องหน่อย แล้วเราก็เข้าไปกรี๊ดๆๆๆๆ

แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรรูมเมทเรา ตอนนี้คิดว่า แม่ง ทำไมไม่ด่าไปเลยวะ

 

ปัญหาที่ห้าคือ หลังจากมาอยู่หอได้สักพัก เราก็ขนคอมมา

แล้วมันต้องซื้อ wireless 1400 บาท เราก็ออกเอง

แล้วหอบอกว่า ต้องจ่ายค่าเนตเดือนละ 400

เค้าก็บอกเราว่า เค้าขอเล่นด้วยนะ เดี๋ยวเค้าออกให้ครึ่งนึง

แล้วเค้าก็เล่นมาตลอด แต่ไม่เคยออกเลย แล้วเราก็เสือกไม่ทวง

อยากรู้ว่าจะหน้าด้านได้ขนาดไหน

วันที่ต้องจ่ายค่าเนต เราก็ทำเป็นบ่นๆกะเค้าว่า เดือนนี้จ่ายค่าเนตแล้วไม่มีตังค์เลย

เค้าก็เฉย.. เหอ เหอ ยอมรับแล้วว่าหน้าด้านจริงๆ

 

ปัญหาที่หกคือ เค้าไม่มีน้ำใจเลย

เพื่อนสองคนรวมทั้งเราด้วยจะซื้อขนมเข้าห้อง แล้วก็แบ่งกันกินสี่คน

แต่เค้าไม่เคยซื้อมาแบ่งคนอื่น เวลาซื้อมาก็ซื้อแต่ส่วนของตัวเองคนเดียว

แต่ก็กินของคนอื่นเค้านะ กินโดยที่ไม่ต้องชวนเลยด้วยซ้ำ

แล้วเหตุการณ์นี้มันจะต่อเนื่องไปถึงปัญหาที่ 7 ซึ่งเราน็อตหลุดแล้ว

คือวันนั้นเราก็ชวนเพื่อนสองคนมากินขนมในห้องเรา

เพื่อนสองคนนั้นก็เอาขนมมาแบ่งๆกัน

ก็เหมือนเคยอะ เราก็เทขนมของลงในชาม แล้วกินกันสี่คน

พอกินเสร็จ เราก็เอาชามออกไปวางไว้นอกระเบียงกะว่าจะล้างทีหลัง

แล้วเราก็เข้าไปนอนให้ห้องเพื่อนฝั่งตรงข้าม

* ลืมเล่าไปว่าจากปัญหาที่สี่ ที่เค้าใช้ครีมอาบน้ำเรา

เราก็มานอนมาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ ซึ่งหลังๆสนิทกันมาก

แล้วพวกเค้าก็เต็มใจให้เราอยู่ เอาเตียงสองเตียงมาชิดกัน เพื่อให้นอนได้สามคน

เพื่อนทั้งสองคนนี้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

แล้วทุกวันนี้ พวกเราก็ยังสนิทกันมาก ปรึกษากันได้ทุกๆเรื่อง

 

ปัญหาที่เจ็ดต่อจากเหตุการณ์นั้น คือเราก็มาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ได้เดือนกว่าแล้ว

แต่ของเราก็ไม่ได้ขนมานะ ขนมาก็สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แค่นั้น

เสื้อผ้าแม้กระทั่งคอมก็ยังอยู่ห้องรูมเมทเราเหมือนเดิม(แล้วเราก็จ่ายค่าเนตเหมือนเดิม)

เราเข้าห้องรูมเมทเฉพาะแต่งตัวกับใช้คอมแค่นั้น

จนมาวันนึงเราเข้าไปเอาเสื้อ แล้วก็เดินไปที่ระเบียง(ถ้าจำไม่ผิดคือไปตากผ้า)

เราก็ไปเจอชามใบนึง เราจำได้เลยว่าใบเดิมที่เราเคยวางเอาไว้ และมันก็ไม่ได้ล้าง

ซึ่งรูมเมทเราอะ เค้าต้องเห็นชามใบนี้อยู่แล้ว เพราะเค้ามารดน้ำต้นไม้ทุกเช้า

ต้นไม้ก็เป็นของที่เพื่อนสองคนให้มานั่นแหละ.. เหอะ เหอะ

เราก็เดินไปถามรูมเมทเรา ซึ่งกำลังใช้คอมใช้เนตเราโดยที่ไม่จ่ายอะไรเลย

เราถามว่า เห็นชามใบนั้นมั้ย ทำไมไม่ล้างล่ะ?

เค้าตอบกลับมาว่า ไม่ล้างหรอก ไม่ใช่ของเค้านี่ (แต่ตอนกินน่ะ กินด้วยกันนะ)

เราแบบเหมือนโดนตบหน้า ไม่รู้ว่าจะหน้าด้านกันได้ขนาดนี้

เราก็เดินไปเล่าให้เพื่อนสองคนฟัง

เพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวพอห้องหมดสัญญา(อีกแค่เดือนเดียว) ก็ย้ายมาอยู่กับพวกเค้า

พอตอนเช้า รูมเมทเราไปเรียน เราก็เข้าไปในห้อง แล้วขนทุกอย่างที่เป็นของเราออกมา

เค้าจะได้รู้ไว้ซะว่าที่เค้าใช้ๆมาตลอดนี้ มันของเราทั้งนั้น

เราขนออกมาทุกอย่างเลย แม้กระทั่งราวตากผ้า แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่คุยอะไรกับเค้าอีก

แล้วเราก็เล่าให้แม่ฟังทุกอย่าง แม่เราก็บอกว่า มิน่าล่ะ แม่เค้าเดินก็เชิ่ดใส่แม่เรา

จนทุกวันนี้ บ้านหลังนั้นที่แม่เค้าเช่าอยู่ เจ้าของจะขายให้คนอื่น

แม่เค้าก็มาพูดกะแม่เรา ประมาณว่าจะให้หาที่อื่น หรือขอให้ได้อยู่ต่อ

 

เรื่องราวของรูมเมทตัวแสบก็จบลงแค่นี้แหละ

วันนี้เหนื่อยมากที่ต้องเขียนเรื่องนี้ เพราะเขียนไปก็โมโหไปด้วย

เฮ้อ.. คราวหน้าอัพเรื่องที่ไม่หงุดหงิดใจแบบนี้ดีกว่า

 

 

 

 

 

เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด เราโชคดีมากที่มี แป้ง กับ เฟรนด์

ต้องขอบคุณพระเจ้าด้วยที่ทำให้พวกแกมาอยู่ห้องตรงข้ามเรา

แล้วก็ขอบคุณที่พวกแกเป็นเพื่อนที่ดีของเราเสมอมา

Something's wrong

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Just Another Day

 

Photobucket

  สอบ mid-term วันสุดท้าย

  ใช้เวลาในการสอบเพียง 1 ชม.เท่านั้น

  รู้สึกจะเป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่สอบ math แล้วใช้เวลาสอบน้อยขนาดนี้

  และอย่างที่รู้ๆอยู่ คือ ทำไม่ได้เลยยย

 

 

 

Photobucket

 

  ก่อนสอบวันนี้เห็น museum เปิด

  แอบนึกสงสัยเพราะไม่เคยเห็นมันเปิดเลย

  อืม.. ใช้โอกาสนี้แหละแอบเข้าไปดู  อยากรู้มานานแล้วว่าข้างในมีอะไร

 

 

 

Photobucket

 

  ใน museum จะมีภาพวาดเกี่ยวกับพระคริสต์ แล้วก็ชามสังคโลก?

  อยากถ่ายมามากกว่านี้ แต่แสงไม่อำนวยเลย เค้าปิดไฟหมด

  ชั้นใต้ดินมีภาพวาดอีก แต่ไม่กล้าลงไปเลยอะ มืดมากๆ

  ชั้นบน แอบๆส่องดูแล้วก็มีของจัดแสดงไว้เยอะมากๆ

  ถ้าไม่ผิดจากที่คาดเดานะ เหมือนมันมีบันไดเวียนขึ้นไปบนหอนาฬิกาได้ด้วย

  แต่ด้วยความขี้ป๊อดของตัวเอง เลยไม่กล้าขึ้นไปสำรวจเลย แงๆ

  ไว้รอโอกาสที่เค้าเปิดไฟทั้งตึกแล้วกัน  -  -*

 

My Devil Roommate

เนื่องจาก entry นี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก

http://pinkdeizy.storythai.com/200807/entry-2

 

เราก็อยากจะมาเล่าบ้าง ในฐานะที่เคยมีรูมเมทตัวแสบเหมือนกัน

เรื่องก็มีอยู่ว่า.. อดีตรูมเมทเรา เค้านั่งข้างเราตั้งแต่ม.ปลาย

เค้าเข้ากับใครในห้องไม่ค่อยได้ คือไม่สนิทกับคนในห้อง

เราเคยคิดว่าเราสนิทกับเค้านะ

แต่เค้ามาพูดกับเราว่าเพื่อนสนิทก็แค่คนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่านั้นแหละ

พอเค้าพูดแบบนี้ เราก็เลยไปสนิทกะคนอื่นเลย แต่ก็นั่งใกล้เค้ามาตลอด 3 ปี

 

พอเข้ามหาลัย เราก็ติดม.เดียวกับเค้า แล้วเพื่อนที่ติดม.เดียวกะเราก็มาชวนเราอยู่หอ

เราก็เผลอไปชวนเค้าด้วย พอเพื่อนที่มาชวนเรารู้ว่าคนนี้มาอยู่ด้วย

เค้าก็ไปชวนคนอื่นแทน เค้าบอกว่าเค้าเข้ากับรูมเมทเราไม่ได้หรอก

ก็เลยสรุปกันว่ามีสี่คน จะแยกเป็นสองห้องอยู่ตรงข้ามกัน

 

ปัญหาแรกเลยที่เจอคือ เราหวีผม แล้วเราผมยาวหลุดร่วงง่าย

เค้าก็เอาไปฟ้องแม่เค้า แม่เค้าก็มาบอกแม่เราอีกที

(แม่เรารู้จักกับแม่เค้า เพราะแม่เราหาบ้านให้แม่เค้าเช่าอยู่)

เราก็เคืองที่ว่า ถ้าผมเราร่วงเยอะ ก็บอกเราดิ ไม่เห็นต้องฟ้องแม่เลย

 

ปัญหาที่สองคือ ของที่ใช้ร่วมกันเราเป็นคนซื้อเองหมด

เช่น ไม้กวาด ที่รีดผ้า เตารีด ราวตากผ้า

เค้าบอกว่าจะช่วยเราออก แต่ก็ไม่เห็นจะช่วยเลย

แต่เราก็ไม่ได้ทวงนะ เราคิดว่า.. คนเราถ้าคิดจะช่วยจริงเค้าก็ให้เองแหละ

 

ปัญหาที่สามคือ เราเป็นคนทำความสะอาดห้องตลอด รวมทั้งห้องน้ำด้วย

อย่างโต๊ะทำงานมันจะเป็นโต๊ะยาว เราก็แบ่งว่านี่ฝั่งเค้า นี่ฝั่งเรา

เวลาเค้าเก็บ เค้าก็เก็บแต่ฝั่งเค้า ไม่เคยไม่ช่วยของเรา

แต่เราไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราทำรกเอง

แต่มันน่าเคืองตรงที่พองานส่วนรวม กลายเป็นคนทำเองหมดเลยคนเดียว

ทั้งๆที่ห้องน้ำเค้าก็ใช้ด้วยเหมือนกัน

 

ปัญหาที่สี่คือ เวลาเราจะใช้ของเค้าอะ เค้าจะไม่ค่อยให้เรายืม

เค้าบอกว่ามันเป็นของใช้ส่วนตัว(แบบบางทีของๆเราหมดไรเงี้ยะ)

แล้วมีวันนึง เราซื้อครีมอาบน้ำมาใหม่ มันหอมมากๆๆ แล้วเราก็ยังไม่เคยเปิดขวดนี้เลย

เราจำได้เลยเพราะเราเอาไปอวดเพื่อนสองคนที่อยู่ห้องตรงข้าม

แล้วตอนนั้นเค้าอาบน้ำ แล้วเราชวนเพื่อนอีกสองคนมาเล่นในห้อง

กลิ่นครีมอาบน้ำเราโชยออกจากห้องน้ำเลย เราโมโหมากกก

เราบอกเพื่อนสองคนว่าขอยืมห้องหน่อย แล้วเราก็เข้าไปกรี๊ดๆๆๆๆ

แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรรูมเมทเรา ตอนนี้คิดว่า แม่ง ทำไมไม่ด่าไปเลยวะ

 

ปัญหาที่ห้าคือ หลังจากมาอยู่หอได้สักพัก เราก็ขนคอมมา

แล้วมันต้องซื้อ wireless 1400 บาท เราก็ออกเอง

แล้วหอบอกว่า ต้องจ่ายค่าเนตเดือนละ 400

เค้าก็บอกเราว่า เค้าขอเล่นด้วยนะ เดี๋ยวเค้าออกให้ครึ่งนึง

แล้วเค้าก็เล่นมาตลอด แต่ไม่เคยออกเลย แล้วเราก็เสือกไม่ทวง

อยากรู้ว่าจะหน้าด้านได้ขนาดไหน

วันที่ต้องจ่ายค่าเนต เราก็ทำเป็นบ่นๆกะเค้าว่า เดือนนี้จ่ายค่าเนตแล้วไม่มีตังค์เลย

เค้าก็เฉย.. เหอ เหอ ยอมรับแล้วว่าหน้าด้านจริงๆ

 

ปัญหาที่หกคือ เค้าไม่มีน้ำใจเลย

เพื่อนสองคนรวมทั้งเราด้วยจะซื้อขนมเข้าห้อง แล้วก็แบ่งกันกินสี่คน

แต่เค้าไม่เคยซื้อมาแบ่งคนอื่น เวลาซื้อมาก็ซื้อแต่ส่วนของตัวเองคนเดียว

แต่ก็กินของคนอื่นเค้านะ กินโดยที่ไม่ต้องชวนเลยด้วยซ้ำ

แล้วเหตุการณ์นี้มันจะต่อเนื่องไปถึงปัญหาที่ 7 ซึ่งเราน็อตหลุดแล้ว

คือวันนั้นเราก็ชวนเพื่อนสองคนมากินขนมในห้องเรา

เพื่อนสองคนนั้นก็เอาขนมมาแบ่งๆกัน

ก็เหมือนเคยอะ เราก็เทขนมของลงในชาม แล้วกินกันสี่คน

พอกินเสร็จ เราก็เอาชามออกไปวางไว้นอกระเบียงกะว่าจะล้างทีหลัง

แล้วเราก็เข้าไปนอนให้ห้องเพื่อนฝั่งตรงข้าม

* ลืมเล่าไปว่าจากปัญหาที่สี่ ที่เค้าใช้ครีมอาบน้ำเรา

เราก็มานอนมาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ ซึ่งหลังๆสนิทกันมาก

แล้วพวกเค้าก็เต็มใจให้เราอยู่ เอาเตียงสองเตียงมาชิดกัน เพื่อให้นอนได้สามคน

เพื่อนทั้งสองคนนี้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

แล้วทุกวันนี้ พวกเราก็ยังสนิทกันมาก ปรึกษากันได้ทุกๆเรื่อง

 

ปัญหาที่เจ็ดต่อจากเหตุการณ์นั้น คือเราก็มาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ได้เดือนกว่าแล้ว

แต่ของเราก็ไม่ได้ขนมานะ ขนมาก็สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แค่นั้น

เสื้อผ้าแม้กระทั่งคอมก็ยังอยู่ห้องรูมเมทเราเหมือนเดิม(แล้วเราก็จ่ายค่าเนตเหมือนเดิม)

เราเข้าห้องรูมเมทเฉพาะแต่งตัวกับใช้คอมแค่นั้น

จนมาวันนึงเราเข้าไปเอาเสื้อ แล้วก็เดินไปที่ระเบียง(ถ้าจำไม่ผิดคือไปตากผ้า)

เราก็ไปเจอชามใบนึง เราจำได้เลยว่าใบเดิมที่เราเคยวางเอาไว้ และมันก็ไม่ได้ล้าง

ซึ่งรูมเมทเราอะ เค้าต้องเห็นชามใบนี้อยู่แล้ว เพราะเค้ามารดน้ำต้นไม้ทุกเช้า

ต้นไม้ก็เป็นของที่เพื่อนสองคนให้มานั่นแหละ.. เหอะ เหอะ

เราก็เดินไปถามรูมเมทเรา ซึ่งกำลังใช้คอมใช้เนตเราโดยที่ไม่จ่ายอะไรเลย

เราถามว่า เห็นชามใบนั้นมั้ย ทำไมไม่ล้างล่ะ?

เค้าตอบกลับมาว่า ไม่ล้างหรอก ไม่ใช่ของเค้านี่ (แต่ตอนกินน่ะ กินด้วยกันนะ)

เราแบบเหมือนโดนตบหน้า ไม่รู้ว่าจะหน้าด้านกันได้ขนาดนี้

เราก็เดินไปเล่าให้เพื่อนสองคนฟัง

เพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวพอห้องหมดสัญญา(อีกแค่เดือนเดียว) ก็ย้ายมาอยู่กับพวกเค้า

พอตอนเช้า รูมเมทเราไปเรียน เราก็เข้าไปในห้อง แล้วขนทุกอย่างที่เป็นของเราออกมา

เค้าจะได้รู้ไว้ซะว่าที่เค้าใช้ๆมาตลอดนี้ มันของเราทั้งนั้น

เราขนออกมาทุกอย่างเลย แม้กระทั่งราวตากผ้า แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่คุยอะไรกับเค้าอีก

แล้วเราก็เล่าให้แม่ฟังทุกอย่าง แม่เราก็บอกว่า มิน่าล่ะ แม่เค้าเดินก็เชิ่ดใส่แม่เรา

จนทุกวันนี้ บ้านหลังนั้นที่แม่เค้าเช่าอยู่ เจ้าของจะขายให้คนอื่น

แม่เค้าก็มาพูดกะแม่เรา ประมาณว่าจะให้หาที่อื่น หรือขอให้ได้อยู่ต่อ

 

เรื่องราวของรูมเมทตัวแสบก็จบลงแค่นี้แหละ

วันนี้เหนื่อยมากที่ต้องเขียนเรื่องนี้ เพราะเขียนไปก็โมโหไปด้วย

เฮ้อ.. คราวหน้าอัพเรื่องที่ไม่หงุดหงิดใจแบบนี้ดีกว่า

 

 

 

 

 

เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด เราโชคดีมากที่มี แป้ง กับ เฟรนด์

ต้องขอบคุณพระเจ้าด้วยที่ทำให้พวกแกมาอยู่ห้องตรงข้ามเรา

แล้วก็ขอบคุณที่พวกแกเป็นเพื่อนที่ดีของเราเสมอมา

Sukiyaki : NakhonPrathom

เมื่อวานไปนครปฐม ออกจากบ้านตอน 8 โมงกว่า

ขับรถมาเรื่อยๆแบบไม่รู้ทาง แต่ก็ไม่หลงนะ

 

Photobucket

มาถึงเกษตร กำแพงแสนเกือบ 11 โมง

เพิ่งรู้ว่ากำแพงแสนนี่อยู่จะเกือบสุพรรณอยู่แล้ว

 

เกษตร กำแพงแสน ต้นไม้เยอะ ตึกน้อย

เกษตร บางเขน ต้นไม้เยอะ ตึกก็เยอะมากตามไปด้วย

คิดถึงเกษตรจัง ว่างๆกลับไปเยี่ยมดีกว่า

 

บอลลูนมาถึงตั้งแต่ 7 โมงครึ่งแล้ว

พอเราไปถึง บอลลูนก็หายไปคุยกะเก่ง

ทิ้งให้เรากับแชมป์แหง่วๆอยู่เกษตร ไม่มีอะไรทำ

สุดท้ายก็มาหาเรา แล้วก็บอกว่า ดีกันแล้ว

 

 

บ่ายๆก็ออกจากเกษตร กำแพงแสน มุ่งหน้าไปไหว้องค์พระปฐมเจดีย์

นัดเจอโบอิ้งที่พระปฐม โบอิ้งดูตกใจมากที่รู้ว่าเรามา(ตกใจทำไมเนี่ย?)

 

Photobucket

วันนั้นเหมือนองค์พระมีงานอะไรซักอย่าง คนเยอะมากๆๆ

เราเป็นประเภทไม่ชอบคนเยอะ แถมอากาศร้อนอีกต่างหาก เลยเดินถ่ายรูปนิดหน่อย

 

Photobucket

ไปวัดไม่ได้ไปไหว้พระ แต่ดันไปเล่นกับเจ้าเหมียวแทน

 

หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวกัน.. เราบอกว่าให้ช่วยแนะนำหน่อยว่าร้านไหนอร่อย

โบอิ้งค์บอกว่าข้าวหมูแดง บอลลูนบอกว่าสุกี้

เลยให้ เป่ายิ้งฉุบ ตัดสิน ปรากฏว่าโบอิ้งชนะ บอลลูนงอนเลยไม่กินข้าว

เราก็เลยให้พาไปกินสุกี้ เพราะสงสาร ไม่เคยเห็นเป่ายิ้งฉุบชนะคนอื่นเลย

สุกี้อร่อยมากกกก ขนาดที่ว่ากลับบ้านแล้วอยากกินอีก แต่คงไปไม่ไหวอะ ไกลเกิน

 

กลับถึงบ้านแล้ว นอนหลับเป็นตาย

รู้สึกว่าเป็นวันแรกเลยมั้งที่นอนเร็วขนาดนี้

Something's wrong

สงวนสิทธิ์สำหัรบเจ้าของบทความเท่านั้น

Just Another Day

 

Photobucket

  สอบ mid-term วันสุดท้าย

  ใช้เวลาในการสอบเพียง 1 ชม.เท่านั้น

  รู้สึกจะเป็นครั้งแรกเลยมั้ง ที่สอบ math แล้วใช้เวลาสอบน้อยขนาดนี้

  และอย่างที่รู้ๆอยู่ คือ ทำไม่ได้เลยยย

 

 

 

Photobucket

 

  ก่อนสอบวันนี้เห็น museum เปิด

  แอบนึกสงสัยเพราะไม่เคยเห็นมันเปิดเลย

  อืม.. ใช้โอกาสนี้แหละแอบเข้าไปดู  อยากรู้มานานแล้วว่าข้างในมีอะไร

 

 

 

Photobucket

 

  ใน museum จะมีภาพวาดเกี่ยวกับพระคริสต์ แล้วก็ชามสังคโลก?

  อยากถ่ายมามากกว่านี้ แต่แสงไม่อำนวยเลย เค้าปิดไฟหมด

  ชั้นใต้ดินมีภาพวาดอีก แต่ไม่กล้าลงไปเลยอะ มืดมากๆ

  ชั้นบน แอบๆส่องดูแล้วก็มีของจัดแสดงไว้เยอะมากๆ

  ถ้าไม่ผิดจากที่คาดเดานะ เหมือนมันมีบันไดเวียนขึ้นไปบนหอนาฬิกาได้ด้วย

  แต่ด้วยความขี้ป๊อดของตัวเอง เลยไม่กล้าขึ้นไปสำรวจเลย แงๆ

  ไว้รอโอกาสที่เค้าเปิดไฟทั้งตึกแล้วกัน  -  -*

 

My Devil Roommate

เนื่องจาก entry นี้ได้รับแรงบันดาลใจมากจาก

http://pinkdeizy.storythai.com/200807/entry-2

 

เราก็อยากจะมาเล่าบ้าง ในฐานะที่เคยมีรูมเมทตัวแสบเหมือนกัน

เรื่องก็มีอยู่ว่า.. อดีตรูมเมทเรา เค้านั่งข้างเราตั้งแต่ม.ปลาย

เค้าเข้ากับใครในห้องไม่ค่อยได้ คือไม่สนิทกับคนในห้อง

เราเคยคิดว่าเราสนิทกับเค้านะ

แต่เค้ามาพูดกับเราว่าเพื่อนสนิทก็แค่คนที่ไปไหนมาไหนด้วยกันเท่านั้นแหละ

พอเค้าพูดแบบนี้ เราก็เลยไปสนิทกะคนอื่นเลย แต่ก็นั่งใกล้เค้ามาตลอด 3 ปี

 

พอเข้ามหาลัย เราก็ติดม.เดียวกับเค้า แล้วเพื่อนที่ติดม.เดียวกะเราก็มาชวนเราอยู่หอ

เราก็เผลอไปชวนเค้าด้วย พอเพื่อนที่มาชวนเรารู้ว่าคนนี้มาอยู่ด้วย

เค้าก็ไปชวนคนอื่นแทน เค้าบอกว่าเค้าเข้ากับรูมเมทเราไม่ได้หรอก

ก็เลยสรุปกันว่ามีสี่คน จะแยกเป็นสองห้องอยู่ตรงข้ามกัน

 

ปัญหาแรกเลยที่เจอคือ เราหวีผม แล้วเราผมยาวหลุดร่วงง่าย

เค้าก็เอาไปฟ้องแม่เค้า แม่เค้าก็มาบอกแม่เราอีกที

(แม่เรารู้จักกับแม่เค้า เพราะแม่เราหาบ้านให้แม่เค้าเช่าอยู่)

เราก็เคืองที่ว่า ถ้าผมเราร่วงเยอะ ก็บอกเราดิ ไม่เห็นต้องฟ้องแม่เลย

 

ปัญหาที่สองคือ ของที่ใช้ร่วมกันเราเป็นคนซื้อเองหมด

เช่น ไม้กวาด ที่รีดผ้า เตารีด ราวตากผ้า

เค้าบอกว่าจะช่วยเราออก แต่ก็ไม่เห็นจะช่วยเลย

แต่เราก็ไม่ได้ทวงนะ เราคิดว่า.. คนเราถ้าคิดจะช่วยจริงเค้าก็ให้เองแหละ

 

ปัญหาที่สามคือ เราเป็นคนทำความสะอาดห้องตลอด รวมทั้งห้องน้ำด้วย

อย่างโต๊ะทำงานมันจะเป็นโต๊ะยาว เราก็แบ่งว่านี่ฝั่งเค้า นี่ฝั่งเรา

เวลาเค้าเก็บ เค้าก็เก็บแต่ฝั่งเค้า ไม่เคยไม่ช่วยของเรา

แต่เราไม่ได้ว่าอะไร เพราะเราทำรกเอง

แต่มันน่าเคืองตรงที่พองานส่วนรวม กลายเป็นคนทำเองหมดเลยคนเดียว

ทั้งๆที่ห้องน้ำเค้าก็ใช้ด้วยเหมือนกัน

 

ปัญหาที่สี่คือ เวลาเราจะใช้ของเค้าอะ เค้าจะไม่ค่อยให้เรายืม

เค้าบอกว่ามันเป็นของใช้ส่วนตัว(แบบบางทีของๆเราหมดไรเงี้ยะ)

แล้วมีวันนึง เราซื้อครีมอาบน้ำมาใหม่ มันหอมมากๆๆ แล้วเราก็ยังไม่เคยเปิดขวดนี้เลย

เราจำได้เลยเพราะเราเอาไปอวดเพื่อนสองคนที่อยู่ห้องตรงข้าม

แล้วตอนนั้นเค้าอาบน้ำ แล้วเราชวนเพื่อนอีกสองคนมาเล่นในห้อง

กลิ่นครีมอาบน้ำเราโชยออกจากห้องน้ำเลย เราโมโหมากกก

เราบอกเพื่อนสองคนว่าขอยืมห้องหน่อย แล้วเราก็เข้าไปกรี๊ดๆๆๆๆ

แต่เราก็ไม่ได้ว่าอะไรรูมเมทเรา ตอนนี้คิดว่า แม่ง ทำไมไม่ด่าไปเลยวะ

 

ปัญหาที่ห้าคือ หลังจากมาอยู่หอได้สักพัก เราก็ขนคอมมา

แล้วมันต้องซื้อ wireless 1400 บาท เราก็ออกเอง

แล้วหอบอกว่า ต้องจ่ายค่าเนตเดือนละ 400

เค้าก็บอกเราว่า เค้าขอเล่นด้วยนะ เดี๋ยวเค้าออกให้ครึ่งนึง

แล้วเค้าก็เล่นมาตลอด แต่ไม่เคยออกเลย แล้วเราก็เสือกไม่ทวง

อยากรู้ว่าจะหน้าด้านได้ขนาดไหน

วันที่ต้องจ่ายค่าเนต เราก็ทำเป็นบ่นๆกะเค้าว่า เดือนนี้จ่ายค่าเนตแล้วไม่มีตังค์เลย

เค้าก็เฉย.. เหอ เหอ ยอมรับแล้วว่าหน้าด้านจริงๆ

 

ปัญหาที่หกคือ เค้าไม่มีน้ำใจเลย

เพื่อนสองคนรวมทั้งเราด้วยจะซื้อขนมเข้าห้อง แล้วก็แบ่งกันกินสี่คน

แต่เค้าไม่เคยซื้อมาแบ่งคนอื่น เวลาซื้อมาก็ซื้อแต่ส่วนของตัวเองคนเดียว

แต่ก็กินของคนอื่นเค้านะ กินโดยที่ไม่ต้องชวนเลยด้วยซ้ำ

แล้วเหตุการณ์นี้มันจะต่อเนื่องไปถึงปัญหาที่ 7 ซึ่งเราน็อตหลุดแล้ว

คือวันนั้นเราก็ชวนเพื่อนสองคนมากินขนมในห้องเรา

เพื่อนสองคนนั้นก็เอาขนมมาแบ่งๆกัน

ก็เหมือนเคยอะ เราก็เทขนมของลงในชาม แล้วกินกันสี่คน

พอกินเสร็จ เราก็เอาชามออกไปวางไว้นอกระเบียงกะว่าจะล้างทีหลัง

แล้วเราก็เข้าไปนอนให้ห้องเพื่อนฝั่งตรงข้าม

* ลืมเล่าไปว่าจากปัญหาที่สี่ ที่เค้าใช้ครีมอาบน้ำเรา

เราก็มานอนมาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ ซึ่งหลังๆสนิทกันมาก

แล้วพวกเค้าก็เต็มใจให้เราอยู่ เอาเตียงสองเตียงมาชิดกัน เพื่อให้นอนได้สามคน

เพื่อนทั้งสองคนนี้รู้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมด

แล้วทุกวันนี้ พวกเราก็ยังสนิทกันมาก ปรึกษากันได้ทุกๆเรื่อง

 

ปัญหาที่เจ็ดต่อจากเหตุการณ์นั้น คือเราก็มาอยู่ห้องเพื่อนสองคนนี้ได้เดือนกว่าแล้ว

แต่ของเราก็ไม่ได้ขนมานะ ขนมาก็สบู่ แปรงสีฟัน ยาสีฟัน แค่นั้น

เสื้อผ้าแม้กระทั่งคอมก็ยังอยู่ห้องรูมเมทเราเหมือนเดิม(แล้วเราก็จ่ายค่าเนตเหมือนเดิม)

เราเข้าห้องรูมเมทเฉพาะแต่งตัวกับใช้คอมแค่นั้น

จนมาวันนึงเราเข้าไปเอาเสื้อ แล้วก็เดินไปที่ระเบียง(ถ้าจำไม่ผิดคือไปตากผ้า)

เราก็ไปเจอชามใบนึง เราจำได้เลยว่าใบเดิมที่เราเคยวางเอาไว้ และมันก็ไม่ได้ล้าง

ซึ่งรูมเมทเราอะ เค้าต้องเห็นชามใบนี้อยู่แล้ว เพราะเค้ามารดน้ำต้นไม้ทุกเช้า

ต้นไม้ก็เป็นของที่เพื่อนสองคนให้มานั่นแหละ.. เหอะ เหอะ

เราก็เดินไปถามรูมเมทเรา ซึ่งกำลังใช้คอมใช้เนตเราโดยที่ไม่จ่ายอะไรเลย

เราถามว่า เห็นชามใบนั้นมั้ย ทำไมไม่ล้างล่ะ?

เค้าตอบกลับมาว่า ไม่ล้างหรอก ไม่ใช่ของเค้านี่ (แต่ตอนกินน่ะ กินด้วยกันนะ)

เราแบบเหมือนโดนตบหน้า ไม่รู้ว่าจะหน้าด้านกันได้ขนาดนี้

เราก็เดินไปเล่าให้เพื่อนสองคนฟัง

เพื่อนก็บอกว่าเดี๋ยวพอห้องหมดสัญญา(อีกแค่เดือนเดียว) ก็ย้ายมาอยู่กับพวกเค้า

พอตอนเช้า รูมเมทเราไปเรียน เราก็เข้าไปในห้อง แล้วขนทุกอย่างที่เป็นของเราออกมา

เค้าจะได้รู้ไว้ซะว่าที่เค้าใช้ๆมาตลอดนี้ มันของเราทั้งนั้น

เราขนออกมาทุกอย่างเลย แม้กระทั่งราวตากผ้า แล้วหลังจากนั้นเราก็ไม่คุยอะไรกับเค้าอีก

แล้วเราก็เล่าให้แม่ฟังทุกอย่าง แม่เราก็บอกว่า มิน่าล่ะ แม่เค้าเดินก็เชิ่ดใส่แม่เรา

จนทุกวันนี้ บ้านหลังนั้นที่แม่เค้าเช่าอยู่ เจ้าของจะขายให้คนอื่น

แม่เค้าก็มาพูดกะแม่เรา ประมาณว่าจะให้หาที่อื่น หรือขอให้ได้อยู่ต่อ

 

เรื่องราวของรูมเมทตัวแสบก็จบลงแค่นี้แหละ

วันนี้เหนื่อยมากที่ต้องเขียนเรื่องนี้ เพราะเขียนไปก็โมโหไปด้วย

เฮ้อ.. คราวหน้าอัพเรื่องที่ไม่หงุดหงิดใจแบบนี้ดีกว่า

 

 

 

 

 

เหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมด เราโชคดีมากที่มี แป้ง กับ เฟรนด์

ต้องขอบคุณพระเจ้าด้วยที่ทำให้พวกแกมาอยู่ห้องตรงข้ามเรา

แล้วก็ขอบคุณที่พวกแกเป็นเพื่อนที่ดีของเราเสมอมา

Sukiyaki : NakhonPrathom

เมื่อวานไปนครปฐม ออกจากบ้านตอน 8 โมงกว่า

ขับรถมาเรื่อยๆแบบไม่รู้ทาง แต่ก็ไม่หลงนะ

 

Photobucket

มาถึงเกษตร กำแพงแสนเกือบ 11 โมง

เพิ่งรู้ว่ากำแพงแสนนี่อยู่จะเกือบสุพรรณอยู่แล้ว

 

เกษตร กำแพงแสน ต้นไม้เยอะ ตึกน้อย

เกษตร บางเขน ต้นไม้เยอะ ตึกก็เยอะมากตามไปด้วย

คิดถึงเกษตรจัง ว่างๆกลับไปเยี่ยมดีกว่า

 

บอลลูนมาถึงตั้งแต่ 7 โมงครึ่งแล้ว

พอเราไปถึง บอลลูนก็หายไปคุยกะเก่ง

ทิ้งให้เรากับแชมป์แหง่วๆอยู่เกษตร ไม่มีอะไรทำ

สุดท้ายก็มาหาเรา แล้วก็บอกว่า ดีกันแล้ว

 

 

บ่ายๆก็ออกจากเกษตร กำแพงแสน มุ่งหน้าไปไหว้องค์พระปฐมเจดีย์

นัดเจอโบอิ้งที่พระปฐม โบอิ้งดูตกใจมากที่รู้ว่าเรามา(ตกใจทำไมเนี่ย?)

 

Photobucket

วันนั้นเหมือนองค์พระมีงานอะไรซักอย่าง คนเยอะมากๆๆ

เราเป็นประเภทไม่ชอบคนเยอะ แถมอากาศร้อนอีกต่างหาก เลยเดินถ่ายรูปนิดหน่อย

 

Photobucket

ไปวัดไม่ได้ไปไหว้พระ แต่ดันไปเล่นกับเจ้าเหมียวแทน

 

หลังจากนั้นก็ไปกินข้าวกัน.. เราบอกว่าให้ช่วยแนะนำหน่อยว่าร้านไหนอร่อย

โบอิ้งค์บอกว่าข้าวหมูแดง บอลลูนบอกว่าสุกี้

เลยให้ เป่ายิ้งฉุบ ตัดสิน ปรากฏว่าโบอิ้งชนะ บอลลูนงอนเลยไม่กินข้าว

เราก็เลยให้พาไปกินสุกี้ เพราะสงสาร ไม่เคยเห็นเป่ายิ้งฉุบชนะคนอื่นเลย

สุกี้อร่อยมากกกก ขนาดที่ว่ากลับบ้านแล้วอยากกินอีก แต่คงไปไม่ไหวอะ ไกลเกิน

 

กลับถึงบ้านแล้ว นอนหลับเป็นตาย

รู้สึกว่าเป็นวันแรกเลยมั้งที่นอนเร็วขนาดนี้

Hello! Storythai

 

สมัครบลอคกับไดไว้หลายที่ แต่ก็ไม่เคยเขียนอะไรจริงจังซะที - ไม่รู้จะเขียนอะไร

อาจจะเป็นเพราะว่าชีวิตเรามันเหมือนเดิมทุกวัน

ตื่นนอน ไปเรียน เล่นคอม นอน (แค่เนี้ยะ!)

มีกี่ครั้งกันนะ ที่เราทำอะไรเพื่อให้ชีวิตเราต่างไปจากเดิม

แทบนึกไม่ออกเลยแฮะว่าเคยทำอะไรกับชีวิตตัวเองมาบ้าง

 

ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองเฉื่อยชามากกก เหมือนคนหายใจทิ้งไปวันๆ

สอบก็ไม่อ่านหนังสือ อยากออกกำลังกายก็ไม่ได้ทำ

ปล่อยให้ตัวเองนอนเปื่อยไปวันๆ

เมื่อไม่กี่เดือนมานี้ น้ำหนักเราเพิ่มขึ้นเกือบสิบโล 

ทั้งๆที่ปกติน้ำหนักจะคงที่ตลอด ไม่ว่าจะกินเยอะแค่ไหนก็ตาม

อยากลดความอ้วนนนน T^T

 

 

 

 


พรุ่งนี้จะไปนครปฐม เพราะน้องบอลลูนเลิกกะแฟน

เราเลยต้องถ่อไปปลอบใจ(ซะงั้น)

พรุ่งนี้ไม่ได้ไปเที่ยว แต่คงได้เที่ยว อิอิ

 

วันที่ 9 เดือนหน้าไปทะเลกับเพื่อนๆ

แต่ไม่ได้ไปไกล.. แค่บางแสน เพราะไปหาแนนด้วย

หวังว่าแผนคงไม่ล่มนะ  -  -* 


5ued